Breaking News
ข่าว จาก 100

17 ก.ค. 2560 20:59 น.

ย้อนวิบากกรรม'เณรคำ' จาก'หลวงปู่'อู้ฟู่-สู่ผู้ร้ายข้ามแดน

ทีมอัยการ-ดีเอสไอบินถึงสหรัฐแล้ว รอรับตัว"เณรคำ"กลับมาดำเนินคดีในไทย พร้อมค้านอุทธรณ์แน่หาก"สมีคำ"ยื่นอุทธรณ์ คาด 19 ก.ค.รู้ผลปิดคดีหรือลากยาว เปิดชีวิต"เณรคำ"จากอดีตเด็กถูกไล่ออกจากโรงเรียน กลายเป็น"หลวงปู่อู้ฟู่ขี่เจ็ต"สู่ผู้ร้ายข้ามแดน5ข้อหาหนัก

ทีมอัยการสำนักงานต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว เพื่อรอรับตัวนายวิรพล สุขผล อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือ ‘เณรคำ’ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ซึ่งศาลแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามเเดน กลับมาดำเนินคดีอาญาในไทย โดย ‘เณรคำ’ ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ ทำให้คดีของเขาจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ว่าจะจบ หรือลากยาวออกไป

อัยการบินถึงสหรัฐรับตัวเณรคำ

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.60 นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้อัยการสำนักงานต่างประเทศ 3 คน และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว และมีความพร้อม 100% ในการรับตัว ‘เณรคำ’

พร้อมค้านประกันหากอุทธรณ์

‘แต่ต้องดูว่า เณรคำ จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลแคลิฟอร์เนียหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้คดีเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาตลอด หากยื่นอุทธรณ์เราก็พร้อมจะคัดค้าน ซึ่งศาลสูงสหรัฐฯคงต้องใช้เวลาพิจารณาระยะหนึ่ง แต่ฝ่ายอัยการได้เปรียบทางคดี ที่ศาลแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่ง เณรคำ กลับมาดำเนินคดีในไทยแล้ว’ นายอำนาจ กล่าว

คาด 19 ก.ค.รู้ชัดคดีจบหรือลากยาว

นายอำนาจ กล่าวด้วยว่า ภายในสัปดาห์นี้ หรือไม่น่าจะเกินวันที่ 19 ก.ค.นี้ น่าจะทราบความชัดเจนว่าคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ‘เณรคำ’ จะสิ้นสุดหรือไม่ ซึ่งจะมีการเเถลงข่าวโดยโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป ขณะนี้ทางพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศที่ส่งไปดำเนินการเรื่องนี้ กำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯอย่างเต็มที่ ส่วนคดีนี้จะสิ้นสุดวันไหนนั้น ขอให้รอรายละเอียดก่อน เนื่องจากเวลาในไทยกับสหรัฐฯ ต่างกันนับ 10 ชั่วโมง หากเเถลงล่วงหน้าไปก่อน อาจเกิดความสับสนเเละผิดพลาดได้

เปิดขั้นตอนหลังรับตัว

นายอำนาจ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนหลังรับตัว ‘เณรคำ’ กลับมา เมื่อถึงไทย คือ เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะรับตัวไปสอบสวนว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ พร้อมทำประวัติอาชญากร ก่อนคุมตัวส่งให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ รวบรวมผลการสอบสวนครั้งสุดท้าย ประกอบคำฟ้องที่เตรียมไว้ แล้วยื่นฟ้องต่อศาลอาญาได้ทันที

สำหรับคดีของ ‘เณรคำ’ นอกจากมีคดีอาญาที่ถูกกล่าวหาแล้ว ยังถูกอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ฟ้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินหลายรายการของ เณรคำ และพวก ที่มีชื่อในทรัพย์สินรวม 8 คน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินด้วย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานของศาลแพ่ง

ไทยพร้อมแจงศาลสหรัฐฯ

ส่วนนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้า ‘เณรคำ’ จะอุทธรณ์คำสั่งศาลแคลิฟอร์เนีย ก็ทำได้ เป็นเรื่องของเขา ซึ่งทางอัยการฝ่ายไทยก็ต้องชี้แจงกับทางศาลสหรัฐฯ ต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ขณะนี้ทีมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กับทีมอัยการสำนักงานต่างประเทศ เตรียมตัวรออยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว โดยยังต้องรอถึงวันที่ 18 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นเดดไลน์ว่า ‘เณรคำ’ จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าไม่ยื่นอุทธรณ์เจ้าหน้าที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่ประเทศไทยทันที

กต.ประสานเคลียร์เส้นทาง

ทางด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า ทางการไทยได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับตัว ‘เณรคำ’ จากทางการสหรัฐฯแล้ว โดยในส่วนของ กต. ได้ประสานกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ให้ออกเอกสารเดินทางชั่วคราวเพื่อให้ ‘เณรคำ’ เดินทางออกนอกประเทศสหรัฐฯ และกลับเข้าไทย รวมทั้งประสานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เพื่อขอทางการญี่ปุ่นในการขอผ่านแดนและควบคุมตัวระหว่างเปลี่ยนสายการบินแล้ว

สำรวจวัดเดิม‘เณรคำ’

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ว่า หลังจากที่ข่าวโด่งดัง และ ‘เณรคำ’ หนีหายไป ทางวัดได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระแก้วใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และต่อมาได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ชื่อว่า ‘วัดสามัคคิยาราม’ แต่ทางวัดยังไม่ได้จัดทำป้ายวัดใหม่ ส่วนป้ายวัดพระแก้วใหญ่ก็ยังคงอยู่ที่หน้าวัด ส่วนป้ายสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ที่ติดตั้งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ติดถนนสายศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ยังคงติดตั้งไว้อยู่ ไม่ได้มีการรื้อถอนออกไป

ญาติโยมลดวูบเหลือแค่4-5คน

ขณะที่ศาลาการเปรียญ หรือศาลาบุญ เวลามีงานบุญ สมัยที่ ‘เณรคำ’ โด่งดัง เคยมีพุทธศาสนิกชนมานั่งทำบุญปฏิบัติธรรมหลักหมื่นคน วันนี้มีแต่ความว่างเปล่า บรรยากาศในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีพระจำพรรษาอยู่ 4 รูปเท่านั้น มีญาติโยม พุทธศาสนิกชนที่เป็นชาวบ้านใกล้วัด มาทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์ โดยเช้านี้มีชาวบ้านมาทำบุญถวายภัตตาหาร 4-5 คนเท่านั้น

คนทำบุญน้อยไร้เงินเปลี่ยนชื่อวัด

ด้าน พระกชพงค์ สุจิณโณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคิยาราม กล่าวว่า พรรษานี้มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ 4 รูป และปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์ตามปกติ ซึ่งปัจจุบันนี้เท่าที่ดูประชาชน พุทธศาสนิกชน เข้าวัดกันน้อย ไม่ว่าจะวัดนี้หรือวัดอื่นๆ ที่วัดแห่งนี้เวลามีข่าวออกมา ก็มีคนมาดูกัน เพราะอยากรู้อยากเห็น

‘ตอนนี้ยังไม่ได้ขึ้นป้ายวัดสามัคคิยาราม เนื่องจากยังไม่มีงบประมาณ มีคนมาทำบุญน้อย ก็ยังคงไว้ซึ่งป้ายวัดพระแก้วใหญ่ ถ้ามีปัจจัยมีความพร้อมเมื่อไร ค่อยทำป้ายใหม่’ พระกชพงค์ กล่าว

ย้อนวิบากกรรม ‘เณรคำ’

สำหรับ ‘เณรคำ’ หรือนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือพระวิรพล เกิดเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2522 ที่ จ.อุบลราชธานี เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้องชายทั้งหมด 5 คน

เส้นทางชีวิตของ ‘เณรคำ’ พลิกผันให้ต้องเดินเข้าสู่ทางธรรม เมื่อถูก ‘ไล่ออก’ จากโรงเรียนสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในปี 2537 ด้วยการบรรพชาเป็น ‘สามเณร’ เมื่ออายุได้ 15 ปี ที่วัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 13 ก.ย.2537 แล้วจึงไปจำพรรษาที่วัดดอนธาตุ อ.พิบูลมังสาหาร

ต่อมาวันที่ 27 พ.ค.2542 จึงอุปสมบทเป็นภิกษุที่วัดศรีนวล อ.พิบูลมังสาหาร และไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ขันติธรรม ซึ่งเขาถูกแต่งตั้งเป็นประธานสงฆ์ที่พำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.บ้านยา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

จากหลวงปู่อู้ฟู่-สู่ผู้ต้องหา

สำนักสงฆ์แห่งนี้ คือ จุดกำเนิดของ ‘หลวงปู่เณรคำ’ โดยเขาสร้างชื่อเป็นพระที่วัตรปฏิบัติเคร่งครัด เดินทางจาริกธุดงค์ และมักมีการอวดอ้างปาฏิหาริย์ต่างๆขณะที่เดินทางแสวงบุญ จนเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านในพื้นที่และนอกพื้นที่ อีกทั้งเดินสายบรรยายธรรมะให้กับญาติโยมร่วมรับฟังด้วย

ช่วงที่ได้รับความเลื่อมใสสูงสุด ‘หลวงปู่เณรคำ’ ได้ออกหนังสือชื่อ ‘ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด’ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ลูกศิษย์ แต่ถูกวิพากษ์ว่าเป็นการ ‘อวดอุตรมนุสธรรม’

จากนั้นช่วงชีวิตของ ‘เณรคำ’ เริ่มดำดิ่งสู่จุดตกอับ เมื่อเริ่มมีข่าวลือและภาพเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียในปี 2556 เกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการนั่งเครื่องบินส่วนตัว ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ‘พระขี่เจ็ต’ การสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง การถ่ายภาพคู่กับรถเบนซ์ จนมีคนตั้งข้องสงสัยถึงความเหมาะสมและภาพที่ขัดแย้งกับหลักคำสอนที่ได้เคยให้ไว้กับลูกศิษย์

ที่หนักไปกว่านั้น คือ มีภาพที่ถูกอ้างว่าเป็นภาพ ‘เณรคำ’ หลังเสพสังวาสกับหญิงสาว โดย ‘เณรคำ’ อ้างว่าเป็นพี่ชายที่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น

กระทั่งเดือน ก.ค.2556 ‘เณรคำ’ ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ทำให้คณะสงฆ์ใน จ.ศรีสะเกษ ลงมติให้ปาราชิกขาดจากความเป็นพระ

โดน 5 ข้อหาหนัก

ตลอดหลายปี หลังถูกดำเนินคดีเขาได้หลบหนีคดีไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยังแต่งกายและดำเนินชีวิตแบบพระสงฆ์ เปลี่ยนชื่อจากหลวงปู่เณรคำ เป็น ‘หลวงปู่วิมุติญาณ’ จัดตั้งสำนักสงฆ์ที่เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ชื่อ ‘วัดป่าขันติบารมี’ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มีเนื้อที่ประมาณ 2 เอเคอร์ และมีแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นสำนักสงฆ์ของพุทธศาสนาแห่งใหม่ เป็น ‘นิกายใหม่’ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ไทย และอ้างว่าได้สถานะผู้ลี้ภัย รวมไปถึงกรีนการ์ดเป็นพลเมืองสหรัฐฯ แล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2559 ดีเอสไอได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา ว่า สามารถจับกุม ‘เณรคำ’ ผู้ต้องหาที่ถูกดีเอสไอออกหมายจับ 5 ข้อหา เมื่อปี 2556 ได้แก่ 1.พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี 2.กระทำเชาเราเด็กหญิง 3.ฉ้อโกงประชาชน 4.ความผิดฐานฟอกเงิน 5.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เอาไว้ได้ โดยทางการสหรัฐฯได้นำตัว ‘เณรคำ’ ขึ้นศาลชั้นต้น คดีอาญารัฐบาลกลาง แขวงมณฑลริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยทนายของเณรคำพยายามยื่นประกันตัวอ้างว่ามีปัญหาสุขภาพ แต่ไม่ได้รับการประกันทำให้ต้องอยู่ที่เรือนจำ ขณะที่ดีเอสไอได้ประสานขอตัว ‘เณรคำ’ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน 2551 ตั้งแต่ปี 2559

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved