คอลัมน์ออนไลน์
ข่าว จาก 12

17 เม.ย. 2560

คอลัมน์...จับได้ไล่ทัน : ประเทศต้องปฏิรูปจริงจัง สกัดไม่ให้คนชั่วครองเมือง

ชาติบ้านเมืองทุกวันนี้อยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติและระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงจากพลังแห่งความชั่วร้ายที่นับวันจะขยายตัวเติบโตกล้าแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พลังแห่งความดีกลับอ่อนเปลี้ยถดถอยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้เพราะความชั่วนั้นทำง่ายเนื่องจากมีแรงจูงใจคอยหลอกล่อ ขณะที่ความดีนั้นทำยากเพราะไม่มีสิ่งตอบแทนซ้ำอาจต้องเสียสละ

พลังแห่งความชั่วนั้นจะกระทำสารพัดสิ่งชั่วร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์และอำนาจโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม และความพินาศล่มจมที่จะเกิดกับชาติบ้านเมืองใดๆทั้งสิ้น

สิ่งที่น่าวิตกอย่างยิ่งก็คือพลังแห่งความชั่วร้ายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งสะท้อนจากระบอบทักษิณมีความแนบเนียนในการอำพรางความชั่วร้ายของตัวเองมากขึ้น โดยเหล่านักธุรกิจการเมือง ผู้มีอิทธิพลระดับชาติและระดับท้องถิ่น ข้าราชการเลวหรือแม้แต่เหล่านักค้ายาเสพติดหรือทำธุรกิจมืดพยายามเข้ามามีอำนาจทางการเมืองและรวมตัวกันเพื่ออาศัยเป็นปลอกคอเกราะป้องกันความชั่วร้ายของตัวเอง

สัจจธรรมอีกอย่างหนึ่งก็คือคนชั่วมักสมคบรวมตัวในหมู่คนชั่ว ส่วนคนดีจะสมาคมในหมู่คนดีด้วยกัน เปรียบเหมือนเหี้ยมักจะใช้ชีวิตหากินสิ่งสกปรกซึ่งเป็นพวกที่มีสันดานธาตุแท้เหมือนกัน เช่นเดียวกับสงส์ย่อมอยู่อย่างสง่าสะอาดรักสวยรักงามในหมู่หงส์ด้วยกัน  โดยจะไม่พบว่าเหี้ยมาหากินปะปนอยู่กับหงศ์เด็ดขาดเพราะสัตว์สองชนิดมีธาตุแท้อุปนิสัยต่างกันสิ้นเชิง

ความแนบเนียนของคนชั่วที่พัฒนาแยบยลอันตรายมากขึ้นมีกรณีตัวอย่างในอดีตเป็นอุทธาหรณ์โดยอดีตส.ส.นักค้ายาเสพติดชื่อดังคนหนึ่งสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ซึ่งหัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าวเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีถูกหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกา(ดีอีเอ)ประสานมายังตำรวจไทยจับกุมตัวและนำตัวไปดำเนินคดีและติดคุกอยู่ในสหรัฐอเมริกานานหลายปี ซึ่งก่อนถูกจับกุมอดีต ส.ส.คนดังกล่าวใช้เงินมหาศาลจากการค้ายาเสพติดซื้อตัวส.ส.อีสานกลุ่มหนึ่งเข้ามาอยู่ในสังกัดเพื่อสร้างอิทธิพลบารมีทางการเมืองหวังปูทางไปสู่การเป็นกรรมการบริหารพรรคและตั้งเป้าหมายที่จะใช้เงินก้อนใหญ่ลงขันเป็นทุนหาเสียงให้พรรคเพื่อได้โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีแต่โชคดีที่ถูกทางการสหรัฐฯจับกุมตัวได้เสียก่อน ซึ่งนี่คือตัวอย่างอันตรายของคนชั่วในคราบประชาธิปไตย

เช่นเดียวกันนักธุรกิจการเมืองระดับชาติที่ยิ่งทุจริตประพฤติชั่วยิ่งต้องปกปิดอำพรางความชั่วร้ายของตัวเองด้วยการทำดีแบบฉาบฉวยบังหน้า เช่น การสร้างภาพความเป็นผู้แทนปวงชนหรืออ้างอุดมการณ์ประชาธิปไตย หรือผู้มีอิทธิพลที่แอบอิงพรรคการเมืองบางคนพัฒนาท้องถิ่นตัวเองจนเป็นระเบียบและเจริญก้าวหน้าทำให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่ก็เพื่ออำพรางเบื้องหลังโฉมหน้าที่แท้จริงของตัวเองที่เป็นมาเฟียซ่องสุมมือปืนรับจ้างที่พร้อมรับใบสั่งฆ่าใครก็ตามที่เข้ามาขัดขวางธุรกิจมืดและผลประโยชน์หรือไม่ยอมตามความต้องการของมาเฟียรายนี้ ซึ่งมีปลอกคอพรรคการเมืองเป็นเกราะป้องกันทั้งๆที่เจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะตำรวจรู้อยู่เต็มอกว่ามาเฟียรายนี้ค้าของเถื่อนและก่อคดีมากมาย แต่ไม่กล้าจับกุมเพราะกลัวอิทธิพลปลอกคอการเมือง

นักการเมืองชั่วร้ายมักจะชอบสร้างภาพอ้างความเป็นประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ธาตุแท้ตัวตนที่แท้จริงของนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยเหล่านี้ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิงเพราะทุ่มเงินซื้อ ส.ส. ซื้อพรรคการเมือง ซื้อเสียง ซึ่งก็คือการซื้อประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ จากนั้นทุจริตโกงชาติปล้นแผ่นดินถอนทุนบวกกำไรมหาศาล จากนั้นใช้อำนาจตามใจชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ผูกขาดอำนาจหวังยึดครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกลายเป็นทรราชย์เผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตย

ธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยเมื่อได้อำนาจรัฐแล้วจะใช้อำนาจรัฐ

ล้างบางข้าราชการตงฉินที่ซื้อสัตย์สุจริตและมีความรู้ความสามารถพ้นจากตำแหน่งอันเป็นการทำลายหลักธรรมาภิบาลในระบบราชการอย่างย่อยยับ แล้วแต่งตั้งข้าราชการเลวที่ยอมเป็นทาสรับใช้นักการเมืองชั่วเข้ามามีอำนาจแทน ขณะเดียวกันก็ใช้ข้าราชการเลวที่เป็นทาสรับใช้ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจหรือหน่วยงานอื่นโกงการเลือกตั้งทั้งทางตรงทางอ้อม  อีกทั้งยังก่อหนี้และใช้งบประมาณมหาศาลดำเนินสารพัดโครงการประชานิยมซึ่งด้านหนึ่งมีเป้าหมายเพื่อทุจริตอย่างมโหฬาร ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็เพื่อซื้อเสียงทางอ้อมมอมเมาหลอกสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนโดยไม่คำนึงถึงความหายนะล่มจมที่จะเกิดกับชาติบ้านเมือง เพียงเพื่อให้พรรคธุรกิจการเมืองอันชั่วร้ายผูกขาดการเป็นรัฐบาลตลอดไปซึ่งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตและสร้างความเสียหายแก่ประเทศกว่า 7 แสนล้านบาทคือหนึ่งในตัวอย่างโครงการประชานิยมที่ชั่วร้ายอันเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนเป็นภัยต่อความมั่นคงและระบอบการปกครองประเทศซึ่งสะท้อนตัวอย่างให้เห็นจากกรณีระบอบทักษิณที่บ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงและมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศเป็นสหพันธรัฐหรือเป็นรัฐไทยใหม่ หรือแยกภาคเหนือและภาคอีสานเป็นรัฐอิสระ

อันตรายอีกประการหนี่งของเหล่าคนชั่วร้ายโดยเฉพาะนักการเมืองก็คือมีการแพร่เชื้อชั่วไปยังทายาททางการเมืองแบบวงศ์ตระกูลทั้งสมาชิกในครอบครัวและญาติใกล้ชิดซึ่งขณะนี้ทายาทอาสูรของนักการเมืองชั่วบางตระกูลได้สืบทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานจนเข้ามามีบทบาททางการเมืองบ้างแล้ว

ทั้งนี้ความน่ากลัวและอันตรายของการแพร่เชื้อแห่งความชั่วที่นับวันจะแทรกซึมไปยังทุกอณูของสังคมอย่างรวดเร็วกล้าแข็งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการทำความชั่วมีรางวัลใฝ่ต่ำล่อใจอย่างไม่อั้นนั่นคือผลประโยชน์และอำนาจอันมาจากทรัพย์ของแผ่นดินและของประชาชนนั่นเอง ซึ่งด้วยวิธีการอันเลวร้ายทำให้มีคนมากมายยอมเป็นทาสขบวนการพลังแห่งความชั่วซึ่งคนชั่วนั้นเมื่อทำชั่วครั้งแรกก็ไม่แคร์ที่จะทำความชั่วครั้งต่อๆไปและจะเพิ่มความชั่วร้ายมากขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่มีอะไรจะเสีย และยิ่งหากมีพวกที่ร่วมทำชั่วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเหิมเกริมได้ใจโดยถือว่าตัวเองมีพวกที่ร่วมทำชั่วมากมาย  เพราะฉะนั้นพลังแห่งความดีทั้งหลายต้องร่วมกันขยายพลังแห่งความดีเพื่อต้านทานพลังแห่งความชั่วร้ายไม่ให้ขยายตัวเข้ามาครอบงำสังคมได้อย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็ฝากความหวังไว้กับการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังของคณะรักษาความสวงบแห่งชาติ(คสช.)ในการสกัดไม่ให้เหล่าคนชั่วโดยเฉพาะนักการเมืองและข้าราชการเข้ามามีอำนาจในชาติบ้านเมือง

ซึ่งโดยแท้จริงแล้วตัวการสำคัญของเหล่าคนชั่วร้ายเป็นเพียงคนแค่หยิบมือเดียวที่พยายามบงการแพร่เชื้อแห่งความชั่วร้ายในสังคม ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมคนดีให้เข้ามามีอำนาจ ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่เมื่อปี 2512 ความว่า “ ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ “

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved