คอลัมน์ออนไลน์
ข่าว จาก 12

18 เม.ย. 2560

คอลัมน์...แก้ผ้าลุงแซม : อคติในหัวใจและบทเรียนราคาแพง

อาทิตย์ที่ผ่านมาก็แทบไม่ต่างจากอาทิตย์ก่อนเลย เพราะลุงแซมขยันวางเพลิงบ้านตัวเองไม่หยุดหย่อนจนร้อนไปทุกหย่อมหญ้า สร้างปัญหาทั้งในประเทศและเพ่นพ่านไปสร้างปัญหาให้ประเทศอื่นๆ ในหลายโซนของโลก บอกตรงๆว่าเขียนถึงแทบจะไม่ทัน เพราะสถานการณ์พลิกผันทุกนาที โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางและในทะเลจีนใต้

อย่างไรก็ตามเรื่องเด่นสุดๆ ในบ้านลุงแซมนาทีนี้เห็นจะเป็นเรื่องการเลือกปฎิบัติระหว่างเชื้อชาติและสีผิวที่กลายเป็นประเด็นร้อนให้ชาวโลกหันมาชี้นิ้วด่าลุงแซมโดยพร้อมเพรียงกัน ยิ่งกว่าการลงมติของสหประชาชาติเสียอีก เลยขอเขียนถึงเรื่องนี้ก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ลุงแซมสร้างความหายนะให้ประเทศอื่น คงต้องเขียนถึงรอบหลัง

เหตุเกิดขึ้นที่สนามบินในชิคาโก สายการบินยูไนเต็ด เที่ยวบินที่  3411 ซึ่งจะออกจากชิคาโกไปเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี้ ขณะที่ผู้โดยสารบนเครื่องกำลังรอเครื่องบินออก ทุกคนได้ยินเสียงโวยวายบริเวณท้ายเครื่อง ภาพที่ปรากฎแก่สายตาคือ ตำรวจร่างยักษ์ที่น่าจะสูงเกิน 190 ซม.หลายคนฉุดกระชากชายชราชาวเอเซียออกจากที่นั่ง ท่ามกลางเสียงร้องครวญครางอย่างหวาดกลัวของชายผู้เคราะห์ร้าย  แต่ตำรวจไม่ฟังเสียง ลากชายชาวเอเซียไปถามพื้นผ่านที่นั่งผู้โดยสายจนเสื้อถลกให้เห็นช่วงท้อง และเลือดอาบเปรอะเต็มใบหน้า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของผู้โดยสารคนอื่น เสียงผู้หญิงคนหนึ่งในวิดีโอพูดว่า

“โอ้พระเจ้า พวกคุณทำอะไรกัน?..ดูสิ่งที่พวกคุณทำกับเขาสิ”

แต่ก็มีเสียงแทรกให้ได้ยินในคลิปด้วยว่า

“ดีมาก ตำรวจทำถูกแล้ว ทำดีแล้ว เอาใจช่วย”

หลังจากถูกลากในสภาพเลือดอาบหน้าแล้ว ชายเอเซียคนนี้ก็วิ่งกลับมาที่เครื่องบินอีกครั้งพลางแอบอยู่หลังม่านแล้วพึมพำซ้ำไปซ้ำมาว่า

“ฆ่าผมเสียเลยสิ ..ผมต้องกลับบ้านนะ”

สาเหตุของเรื่องคือ สายการบินยูไนเต็ดต้องการที่นั่ง 4 ที่นั่งให้พนักงานของตนเอง แต่ปรากฎว่าขายตั๋วหมดทุกที่นั่ง ยูไนเต็ดเสนอเงิน 400 ดอลลาร์พร้อมโรงแรมให้ แต่ไม่มีใครยอมสละที่นั่ง ต่อมาพวกผู้โดยสารได้รับแจ้งว่าเครื่องบินจะไม่ออกจากสนามบินจนกว่าผู้โดยสารส่วนเกินจะยอมลงจากเครื่อง ยูไนเต็ดจึงเพิ่มเงินเป็น 800 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่มีใครรับข้อเสนอ สุดท้ายเลยใช้วิธีสุ่มจากคอมพิวเตอร์ แต่เป็นเรื่องที่ขำขื่นมากว่า เพราะในที่นั่งทั้ง 4 ที่นั่งที่ต้องสละให้เจ้าหน้าที่สายการบินนั้น สามที่นั่งเป็นที่นั่งของคนเอเซียที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นฝรั่ง นึกสงสัยอย่างแรงว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้บรรจุโปรแกรมเหยียดผิวเอาไว้หรือไง ถึงได้เจาะจงขนาดนี้

ชายเอเซียที่ถูกลากไปเหมือนผ้าขี้ริ้วเก่าๆ นั้นเป็นหมอชาวอเมริกันสัญชาติเวียตนามวัย 69 ปีที่มีนัดกับคนไข้ เมื่อถูกขอให้สละสิทธิ์  คุณหมอเดวิด เดาจึงไม่ยอมสละ เพราะมีเหตุจำเป็นต้องเดินทาง โดยทั่วไปแล้วการขอให้ผู้โดยสารสละที่นั่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่ส่วนใหญ่จะดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนที่จะให้ผู้โดยสารทั้งหมดขึ้นเครื่อง นี่มาจัดการเอานาทีสุดท้าย..ใครจะไปยอม

ผู้โดยสารหลายคนถ่ายคลิปแล้วนำมาลงโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่ากระแสความไม่พอใจตำรวจและสายการบินยูไนเต็ดแพร่กระจายไปทั่วโลกเหมือนไฟลามทุ่ง  แม้ทางสายการบินจะออกมาแสดงความเสียใจทางทวิตเตอร์ก็ตาม  แต่สิ่งที่เหมือนการราดน้ำมันในกองเพลิงคือ ท่าทีของผู้บริหารสายการบิน ออสการ์ มูนอซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของยูไนเต็ดไม่ได้กล่าวคำขอโทษในการที่พนักงานสายการบินทำตัวถ่อยกับผู้โดยสาร แต่กลับระบุว่าผู้โดยสารเอเซียผู้นั้นแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งขัดกับสิ่งที่ปรากฎในคลิป เพราะคุณหมดเดวิด เดาไม่ได้ก้าวร้าวแต่อย่างใด นอกจากร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวสุดขีดที่ถูกลากออกมาจากที่นั่งโดยตำรวจร่างยักษ์ถึง 3 นาย   ผู้โดยสารคนหนึ่งเขียนข้อความทางทวิตเตอร์ว่า

“ไม่มีใครอาสาลงจากเครื่อง ยูไนเต็ดจึงต้องเลือกผู้โดยสารเอง และพวกเขาเลือกหมอชาวเอเชียกับภรรยา เพียงเพื่อให้พนักงานของสายการบินได้นั่งแทน”

ชาวจีนทั้งที่อยู่ในอเมริกาและบนแผ่นดินใหญ่ประท้วงทันทีด้วยการส่งข้อความให้คว่ำบาตรสายการบินนี้ ซึ่งการเรียกร้องให้คว่ำบาตรในโซเชียลมีเดียได้ส่งกระทบให้ยูไนเด็ตอย่างหนัก เพราะผู้โดยสารชาวจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ด้วยความที่สายการบินนี้มีเที่ยวบินตรงจากบ้านลุงแซมไปยังเมืองต่างๆของจีนมากกว่าสายการบินอื่นๆ

ตดยังไม่ทันหายเหม็นและเสียงด่าสายการบินยูไนเต็ดยังระงมโลกอยู่ หุ้นสายการบินนี้ก็ร่วงผล็อยๆ แบบหยุดไม่อยู่  ในระยะแรกที่ยังไม่มีการเปิดตัวว่านายแพทย์เดวิด เดานี้เป็นอเมริกันเชื้อชาติใด ชาวเอเซียทั่วอเมริกาก็พากันชูป้ายบอยคอตโดยฉับพลันทันที ต่อมาเมื่อมีการเปิดเผยว่านายแพทย์เดวิด เดามีสัญชาติเวียตนามก็ยิ่งทำให้ชาวเวียตนามทั้งในเวียตนามและในอเมริกาต่อต้านสายการบินนี้มากขึ้น

แทนที่จะสำนึกตัวเพราะหุ้นร่วงดิ่งลงเหว ทางสายการบินกลับทำเรื่องที่แย่ไปกว่านั้นด้วยการขุดประวัติหมอเดวิด เดาขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตว่า หมอรายนี้เคยถูกฟ้องและถอนใบประกอบวิชาชีพ แถมยังเป็นนักเล่นโป๊กเกอร์ระดับมืออาชีพ  ยิ่งมีกระแสข่าวออกมาแบบนี้ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์สายการบินนี้ตกต่ำ เพราะต่อให้คุณหมอเดาเคยทำความผิดอะไรมาก่อน  สายการบินก็ไม่มีสิทธิ์ฉุดกระชากลากถูนายแพทย์รายนี้ลงจากเครื่อง  แต่แม้ในข่าวจะพยายามทำให้สังคมมองหมอเดวิด เดาในทางลบ แต่ครอบครัวของคุณหมอชาวเวียตนามท่านนี้ประกอบอาชีพแพทย์ทุกคน ตั้งแต่พ่อ แม่ไปจนถึงลูกอีก 5 คน ซึ่งในสังคมอเมริกันแล้ว การเลี้ยงดูส่งเสียลูกให้เรียนหมอถึง 5 คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หนึ่งในข้อความที่ถูกโพสต์บนเฟซบุ๊กโดยชาวเวียดนามรายหนึ่งระบุว่า

“ดร.เดา ไม่ได้ทำอะไรผิดบนเที่ยวบินที่ว่านั่น.. นี่คือประเด็นหลัก”

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ผู้โดยสารคนนั้นจะถูกกระชากลากถูราวกับเป็นผ้าขี้ริ้วหรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็นคนเอเชีย คำร้องออนไลน์ที่ต้องการให้มูนอซลาออกจากตำแหน่งซีอีโอนั้นมีผู้ร่วมลงนามกว่า 40,000 รายชื่อ  เจอไม้นี้ อีตามูนอซถึงเสียงอ่อนลงอย่างผิดหูผิดตา ไม่เหมือนช่วงที่เกิดเรื่องหมาดๆ จากนั้นก็ขอขมาต่อผู้โดยสารอย่างเป็นทางการด้วยถ้อยคำอ่อนน้อมไพเเราะเพราะพริ้ง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มูนอซออกจดหมายเวียนถึงพนักงานยูไนเต็ดโดยโยนความผิดว่าผู้โดยสารคนดังกล่าวท้าทายและขัดขืนคำแนะนำของพนักงานบนเครื่องบิน อีกทั้งยืนยันว่าพนักงานปฏิบัติตามกระบวนการในการจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เขียนมาถึงตรงนี้แล้วก็ถอนหายใจ มูนอซเองก็คงลืมไปแล้วว่าตนนั้นเป็นฮิสแปนิกที่ไม่ได้ขาวผ่องเป็นยองใยและมาจากประเทศอื่นเช่นเดียวกับหมอเวียตนามผู้เคราะห์ร้าย

หมอเดวิด เดา ซึ่งไม่ต้องเดาว่าบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน เพราะเลือดอาบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ต้องเข้าโรงพยาบาลในชิคาโก้หลังถูกลากไปบนพื้นเครื่องบิน ผลการตรวจสอบพบว่า หมอชาวเวียตนามรายนี้ได้รับกระทบกระเทือนอย่างแรงจนจมูกหักและฟันหัก 2 ซี่จึงจำเป็นต้องเข้ารับการศัลยกรรม หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ให้สัมภาษณ์ว่า การถูกลากไปตามทางเดินของเครื่องบินเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่าสิ่งที่เคยเจอตอนที่หลบหนีออกจากเวียดนามช่วงทศวรรษ 1970 เสียอีก ล่าสุดหมอชาวอเมริกันเชื้อสายเวียตนามกำลังดำเนินการยื่นฟ้องสายการบินยูไนเต็ด นอกจากนี้สายการบินยูไนเต็ดยังเจอปัญหาผู้โดยสารจำนวนมากตัดบัตรสมาชิกสายการบินทิ้งเพราะไม่พอใจการปฎิบัติต่อผู้โดยสารและการจัดการของผู้บริการสายการบิน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอคติในเรื่องการเลือกปฎิบัติอย่างชัดเจน เพราะแม้แต่ผู้โดยสารที่เห็นเหตุการณ์เองก็ยังตั้งคำถามว่า หากหมอเวียตนามคนนี้เป็นฝรั่งอเมริกันผิวขาว จะถูกกระทำขนาดนี้ไหม อาจจะมีการบังคับให้สละสิทธิ์จริง แต่การปฎิบัติอาจจะไม่เหมือนกันที่กระทำต่อหมอเวียตนามรายนี้อย่างแน่นอน

ใครที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้คงจำได้ว่า เดือนที่แล้วก็มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น อดีตทหารเรือมีอคติต่อชาวอินเดียถึงกับควักปืนยิงจนเสียชีวิตในบาร์ จากนั้นก็ตะโกนไล่ให้กลับประเทศของตน เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องสะเทือนขวัญของคนอินเดียในอเมริกาอย่างยิ่ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นกับหมอชาวเวียตนามนั้น สร้างความหวาดหวั่นให้คนเอเซียในอเมริกา เพราะไม่มีอะไรเป็นหลักประกันเลยว่าจะไม่ถูกกระทำแบบเดียวกับหมอคนนี้อีก

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved