คอลัมน์ออนไลน์
ข่าว จาก 11

21 เม.ย. 2560

พบหมอ...มศว : “ฉือจี้” องค์กรเพื่อเพื่อนมนุษย์ (ตอนที่ 2)

ช่วงแรกของมูลนิธิพุทธฉือจี้ ท่านธรรมาจารย์และลูกศิษย์ต่างใช้พื้นที่เล็กๆ เพียง 66 ตารางเมตรในการดำเนินงาน โดยด้านหนึ่งใช้สำหรับประดิษฐ์งานฝีมือเพื่อจำหน่ายมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต อีกด้านหนึ่งใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจการของมูลนิธิ ต่อมาด้วยความช่วยเหลือจากมารดาของท่านธรรมาจารย์ จึงได้ย้ายมาที่สมณารามจิ้งซือในปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ.2512 โดยภิกษุณีและลูกศิษย์ทุกคนยังคงดำเนินชีวิตประจำวันบนหลักการพึ่งพาตนเองตามเดิม “สมณารามจิ้งซือ” อันเรียบง่าย สงบและสง่า เป็น บ้านเกิดทางจิตวิญญาณของชาวฉือจี้ทั่วโลกและจะเป็นฐานรากการดำเนินงานฉือจี้ตราบนานเท่านาน

เมื่อหนึ่งตาเห็น พันตาเห็นตาม เมื่อหนึ่งมือยื่นออกไป พันมือยื่นออกตาม

แนวคิดของฉือจี้ คือ ใจที่มี “ความเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา” ทำงานช่วยเหลือผู้ซึ่งตกทุกข์ได้ยากและบรรเทาทุกข์สร้างสุข จิตวิญญานของฉือจี้คือ “ความซื่อสัตย์ ซื่อตรง สัจจะ สมถะ” เพิ่มพูนสติปัญญาด้วยการคลี่คลายปัญหาจากเรื่องราวต่างๆ เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศ มาร่วมรังสรรค์สร้างนาบุญ พัฒนาสังคมแห่งที่เปี่ยมด้วยความรักอันยิ่งใหญ่

“อาจารย์เชื่อตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ธาตุเดิมของมนุษย์นั้นดีงาม และทุกสรรพชีวิตนั้นเท่าเทียมกัน พระพุทธองค์มีความเมตตามากเพียงใด สรรพชีวิตก็มีความเมตตามากเท่านั้น พระพุทธองค์มีพุทธปัญญามากเพียงใด สรรพชีวิตก็สามารถมีพุทธปัญญาเฉกเช่นเดียวกัน เพียงแต่ต้องได้รับการชี้แนะ เพื่อให้เห็นถึงจิตอันเป็นกุศล และความสุขอันแท้จริง ปุถุชนมักคิดว่า การมีเงินคือการมีความสุข เพราะคนที่ขัดสนเงินทอง ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์จากการเจ็บไข้ได้ป่วย น้อยคนนักที่จะตระหนักว่า ควรจะทำให้คนที่มั่งมีเข้าใจว่า การทำบุญด้วยการให้นั้น มีความสุขยิ่งกว่าการรับ กายที่เจ็บป่วย ไม่น่ากลัวเท่ากับใจที่ล้มป่วย ร่างกายของคนเราก็เหมือนต้นกล้วย หากตัดลอกออกทีละชั้นๆ สุดท้ายก็จะเหลือเพียงความว่างเปล่า มีเพียงความเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขาเท่านั้น ที่จะดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน และจะทำให้โลกของเรางดงามที่สุด” ท่านธรรมาจารย์ยังกล่าวอีกว่า “พุทธศาสนาคือทฤษฎี  ฉือจี้คือเรื่องราวของการลงมือทำ อาศัยเรื่องราวเหล่านี้ แสดงให้เห็นประจักษ์ถึงทฤษฎี ใช้เรื่องราวเป็นต้นเรื่อง จบลงที่ทฤษฎี”

ดังนั้นภารกิจของฉือจี้ จากการกุศล การรักษาพยาบาล การศึกษา ด้านจริยธรรม จนถึงการบรรเทาภัยสากล การบริจาคไขกระดูก การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและอาสาสมัครชุมชน คือ “หนึ่งย่างก้าวแปดรอยธรรม” ชาวฉือจี้ร่วมกันใช้สติปัญญา ใช้ใจรักประคับประคอง เพื่อสดับฟังและบรรเทาทุกข์สร้างสุขอย่างทันท่วงที แสดงศักยภาพดุจดังพระโพธิสัตว์พันเนตรพันกร “เมื่อหนึ่งตาเห็น พันตาเห็นตาม เมื่อหนึ่งมือยื่นออกไป พันมือยื่นออกตาม” ส่งผลให้การทำงานของฉือจี้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกครอบครัวมีความสุขสงบ ทุกสังคมเปี่ยมด้วยความอบอุ่น

ชาว “ฉือจี้” ที่พำนักยังต่างประเทศก็ยังได้นำ เอางานปณิธานของ “ฉือจี้” ติดตามไปที่ประเทศนั้นๆ พร้อมยังรวมน้ำใจร่วมพลังกับผู้คนเจ้าของประเทศ ผลักดันงานด้านการกุศลบรรเทาภัยขึ้น ปัจจุบันมีสาขาและสาขาย่อย จุดประสานงานของ “ฉือจี้” กระจายอยู่กว่า 66 ประเทศทั่วโลก

ภารกิจสี่ประการของฉือจี้ การกุศล การรักษาพยาบาล การศึกษา วัฒนธรรมที่ดีงามของมนุษย์(เหรินเหวิน) รวม 4 ประการ คือ ทิศทางการพัฒนาภารกิจสี่ประการของฉือจี้ สมณารามจิ้งซือก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2512 เพื่อกระตุ้นการใช้ความเมตตาของพระพุทธองค์สู่การลงมือปฏิบัติ โปรดสรรพสัตว์บนโลก โดยอาศัยการพัฒนางานด้านการกุศล การรักษาพยาบาล การศึกษาและการส่งเสริมจริยธรรม ให้บรรลุเป้าหมาย

หนึ่งย่างก้าวแปดพระธรรม งานภารกิจของฉือจี้เริ่มต้นจากหลักการ “ช่วยคนจน สอนคนรวย” ก่อเกิดเป็นการกุศล การรักษาพยาบาล การศึกษาและการส่งเสริมจริยธรรม ทั้ง 4 ประการเรียกรวมว่า “ภารกิจสี่ประการ” จากภารกิจสี่ประการ ขยายเพิ่มเป็นแปดภารกิจ คือ การบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ การบริจาคไขกระดูก อาสาสมัครในชุมชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลักดันงานทั้ง 8 ประการไปพร้อมกัน เรียกว่า “หนึ่งย่างก้าวแปดรอยพระธรรม”

 

▲ ภาพอาสามัครฉือจี้ช่วยกันจัดเตรียมสิ่งของเพื่อนำไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยหนาวทางภาคหนือของไทย

ปัจจุบันมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยมีอาสาสมัครจำนวน 70 กว่าท่าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวันที่มาทำธุรกิจอยู่ในเมืองไทยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพื้นแผ่นดินไทยและสังคมไทยที่ได้มอบโอกาสให้ได้เข้ามาทำมาหากิน ในเมืองไทยนอกจากนั้นยังได้จัดอบรมอาสาสมัครให้กับคนไทยตามชุมชนต่างๆไม่ว่าชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นประจำทุกเดือนเพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยนช์สุดภายในชุมชนและช่วยเหลือสังคมต่อไป รวมถึงเปิดสอนภาษาจีนให้กับเด็กๆ ภายในชุมชน ซ.วัดเทียนดัด อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่มูลนิธิฯให้ความดูแลและประชาชนทั่วไป เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนและประกอบอาชีพ โครงการระยะยาว ที่มูลนิธิฯได้ให้ความช่วยเหลือในปัจจุบันคือ ดูแลคนชราที่สถานสงเคระห์คนชรา วัดถ้ำประทุน จ.สระบุรี เป็นระยะเวลา 13 ปี จนถึงปัจจุบัน สถานสงเคราะห์เด็กด้อยโอกาส วัดโบสถ์วรดิตถ์ อำเภอป่าโมก จ.อ่างทอง มีเด็กประมาณ 250 คน ซึ่งทางมูลนิธิฯ ให้ความช่วย เรื่องสิ่งของเครื่องใช้และมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆที่เรียนดีและจัดอบรมเยาวชนฉือจี้เพื่อให้พี่ดูแลน้องต่อไป นอกจากนั้นยังให้ความดูแลครอบครัวบุญคุณ(ครอบครัวผู้ยากไร้ที่มูลนิธิให้การช่วยเหลือระยะยวในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จำนวน  385 ครอบครัว ที่ดูแลอยู่เป็นประจำทุกเดือน และสาขาอำเภอฝาง ที่รวมถึงบ้านพักคนชรา จ.เชียงใหม่ จำนวน 61 ครอบครัว จ.เชียงราย 13  ครอบครัว ภูเก็ต 4 ครอบครัว หาดใหญ่ 2 ครอบครัว พระนครศรีอยุธยา  35  ครอบครัว ราชบุรี  73  ครอบครัว สมุทรสาคร 5 ครอบครัว นครสวรรค์  2 ครอบครัว เพชรบูรณ์ 1 ครอบครัว  สุพรรณบุรี 1 ครอบครัว ในปี 2559 มอบทุนช่วยเหลือเด็กนักเรียนในโครงการทุนการศึกษาฉือจี้ จำนวน 1,514 ทุน  ช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว  ณ  อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ 2,772 ครอบครัว ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยธรรมชาติและไฟใหม้  1,507 ครอบครับ  (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนธันวาคม 2559)

ที่มา มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย  เลขที่ 316 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 ระหว่าง ซอย 32-34 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250โทรศัพท์ 0-2328-1161-63 โทรสาร 0-2328-1160เวลาทำการ 08.30 - 17.30 น. วันจันทร์ - วันเสาร์ (หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved