คอลัมน์ออนไลน์
ข่าว จาก 12

12 พ.ค. 2560

คอลัมน์...พบหมอ...มศว : การจัดการมูลฝอยโดยชุมชนกับการขับเคลื่อนนโยบาย 3Rs

หากกล่าวถึง “ขยะ” หรือ “มูลฝอย” หลายๆ คนมักจะนึกถึงภาพขยะกองโต และการร้องเรียนประท้วงเรื่องการกำจัดขยะไม่ถูกวิธี ซึ่งภาพเหล่านั้นทำให้ขยะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้มีที่ทิ้งขยะไว้ใกล้บ้านตัวเอง ดังที่เราได้ยินอยู่เนืองๆว่า Not In My Backyard หรือ “NIMBY”

ในปัจจุบันความพยายามในการนำหลักการจัดการมูลฝอยโดยชุมชน (Community Based Solid Waste Management: CBM) โดยผ่านกระบวนการ 3Rs ได้แก่ การลดการเกิดมูลฝอย (Reduction) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำมาเปลี่ยนแปลงสภาพกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการแก้ปัญหาการจัดการมูลฝอยที่ต้นทางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะในปัจจุบันนโยบาย “Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายฉบับผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557” เกี่ยวกับการสร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสมสำหรับขยะมูลฝอยใหม่และสร้างวินัยของคนในชาติมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน ที่เน้นการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางทำให้ความสนใจต่อนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยผ่านกลไก 3Rs มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม, 2551

แนวคิดการเปลี่ยนมุมมองจากขยะมูลฝอยให้เป็นทรัพยากรจุดสำคัญอยู่ที่การคัดแยกขยะรีไซเคิลที่ต้นทาง เมื่อไรที่เราคัดแยกขยะที่มีประโยชน์นำกลับมาใช้ใหม่ ขยะเหล่านั้นจะเป็นทรัพยากรอันมีค่าต่อชุมชนทันที และผู้ที่จะทำให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรคือชุมชนซึ่งต้องมีการจัดการขยะ ณ แหล่งกำเนิดและมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งผู้เขียนเชื่อมั่นว่าในอนาคต 20 ปีข้างหน้าสังคมประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงเป็นสังคม 3Rs ประชาชนจะรู้จักการคัดแยกขยะที่ต้นทางมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีจำกัด และการลดค่าใช้จ่ายต่อการกำจัดขยะที่ปลายทาง ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบาย 3Rs ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจิตสำนึกของคนในชาติโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะต้องถูกปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่วัยเยาว์ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (polluter pay principle) อย่างเคร่งครัด

จากประสบการณ์ในการส่งเสริมกิจกรรมการจัดการมูลฝอยโดยชุมชนเป็นฐานตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 ร่วมกับภาคีเครือข่ายสกลนครเมืองน่าอยู่และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร พบว่าหากจะส่งเสริมให้เกิดการจัดการขยะที่ต้นทางโดยใช้หลักการ 3Rs ให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องอาศัย “การพัฒนากลไกชุมชน การพัฒนากิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และการพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ” (ประยุกต์จากหลักการของมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, 2556) โดยกิจกรรมต่างๆ นั้นต้องดำเนินการได้ง่าย การบำรุงรักษาไม่ยุ่งยากซับซ้อนและที่สำคัญชุมชนใช้ประโยชน์ได้จริง

รูปแบบกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาและประสบความสำเร็จในหลายๆ ชุมชน อันได้แก่ การจัดการขยะอินทรีย์โดย ระบบ Bio-Gas ในครัวเรือน การทำปุ๋ยหมักในครัวเรือนโดยระบบท่อซิเมนต์ การเลี้ยงไส้เดือนด้วยขยะอินทรีย์ประเภทเศษผัก ผลไม้ ในพื้นที่ตำบลเชียงเครือ จังหวัดสกลนคร และการกำจัดขยะอินทรีย์โดยหนอนแมลงปีกแข็ง (Black Soldier Fly) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Hermatial illucens [1] ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายเศษอาหาร (Food Scrapes) ขยะเปียกจากชุมขน (Municipal Garbage) มูลสัตว์ (Manure) รวมทั้งเศษไม้ที่เน่าเปือยผุพัง (Rotting Plant Materials) ซึ่งได้ริเริ่มขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่โครงการหนองเลิงเปือย จังหวัดกาฬสินธุ์

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะมูลฝอยโดยใช้ชุมชนเป็นฐานได้แก่การดำเนินโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลเพื่อสวัสดิการฌาปนกิจในพื้นที่ตำบลเชียงเครือ จังหวัดสกลนครทั้ง 17 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะรีไซเคิลตั้งแต่ต้นทาง และสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกมูลฝอย (ยิ่งแยกขยะยิ่งเพิ่มมูลค่า) โดยเริ่มจากการรับสมัครสมาชิก แล้วนำวัสดุรีไซเคิลมาชั่งน้ำหนักและประเมินมูลค่าเป็นจำนวนเงิน บันทึกลงสุมดคู่ฝากโดยใช้ราคาที่ได้ประสานกับร้านรับซื้อของเก่าเป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคา ทั้งนี้รายได้จากการขายขยะรีไซเคิลของแต่ละครอบครัวที่เป็นสมาชิกจะนำไปสงเคราะห์ช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพของครอบครัวของสมาชิกซึ่งถึงแก่ความตายโดยหักจากบัญชีเงินฝากธนาคารขยะรีไซเคิลศพละ 20 บาท ซึ่งเทศบาลตำบลเชียงเครือจ่ายให้กับผู้เสียชีวิตคนละ 20,000 บาท ซึ่งปัจจุบันเทศบาลตำบลเชียงเครือมีสมาชิก 1,452 คนยอดเงินออมสะสมทั้งสิ้น 540,000 บาท

กล่าวโดยสรุปการจัดการขยะมูลฝอยโดยชุมชน เป็นกระบวนการที่นำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ โดยเน้นการนำขยะมูลฝอยไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้การขับเคลื่อนประสบผลสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน กิจกรรมที่เหมาะสมกับบริบทชุมชน ความร่วมมือของเครือข่ายในส่วนการทำหน้าที่พี่เลี้ยงของภาครัฐ การสนับสนุนองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษา อันจะเป็นส่วนสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยโดยชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศมณพร สุทธิบาก
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ ผ่าน มูลนิธิเพื่อการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ มศว
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 283-212990-9

[1] Cickova, H., Newton, G. L., & Kozanek, M. (2015). The use of fly larvae for organic waste treatment. Waste Management: 35, 68-80.

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved