คอลัมนิสต์
ข่าว จาก 8

13 ส.ค. 2560

บ้านเกิดเมืองนอน : สารพัดพื้นที่เศรษฐกิจ

คนไทยมีเวรกรรมประการหนึ่งคือ ต้องตกอยู่ในท่ามกลางวังวนแห่งความงุนงงสงสัยในความเป็นไปของบ้านเมือง เพราะประหนึ่งว่าจะเป็นประเพณีไปเสียแล้วว่าใครมามีอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นในแผ่นดินก็จะออกนโยบายสารพัดจนสับสนไปหมด ส่วนนโยบายของรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจก่อนหน้านั้นก็จะถูกทอดทิ้งให้ลืมเลือนไปกับกาลเวลา

โดยเฉพาะในการพัฒนาบ้านเมืองและเศรษฐกิจของประเทศนั้น เมื่อวันเวลาผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ความเป็นไปในระบบเศรษฐกิจก็สับสนอลหม่าน โดยเฉพาะทิศทางการพัฒนาประเทศ

สิ่งที่เรียกว่านิคมอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษ และระเบียงเศรษฐกิจ แม้กระทั่งสิ่งที่เรียกว่าสามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมทางเศรษฐกิจถูกกล่าวขวัญเรียกขานกัน จนบางครั้งก็รณรงค์หรือจัดอีเว้นท์กันเป็นวรรคเป็นเวร โดยที่หาของจริงสัมผัสมิได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

หลายสิบปีที่ผ่านมามีสิ่งที่เรียกว่านิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้น มีกฎหมายเป็นระบบรองรับและมีการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ซึ่งนั่นเป็นพัฒนาการที่อาศัยความรู้และภูมิปัญญาของคนไทยที่สรุปความจัดเจนมาจากต่างประเทศ แต่โดยรวมก็คือมีรากฐานอยู่บนความเป็นไทของคนไทย ไม่ได้ทำตามใบสั่งแบบข้าทาสที่รับคำสั่งอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น

ดังนั้นจึงต้องกล่าวว่าพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศนับแต่มีแผนพัฒนาฯฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ได้อาศัยสิ่งที่เรียกว่านิคมอุตสาหกรรมและการส่งเสริมการลงทุนเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

โดยภาพรวมก็คือนิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อการจัดตั้งโรงงานหรือกิจการอุตสาหกรรมในพื้นที่เดียวกัน โดยมีการก่อสร้างสาธารณูปโภครองรับ และมีการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งจากนิคมอุตสาหกรรมไปยังท่าเรือหรือท่ารถหรือท่าอากาศยานเพื่อขนส่งไปในที่ต่างๆ แม้กระทั่งไปในต่างประเทศ

มีกฎหมายจัดระบบรองรับทั้งในการสร้างสาธารณูปโภค ในเรื่องภาษีอากร และในเรื่องการขออนุญาตต่างๆ ให้เป็นระบบรวมศูนย์อยู่ที่จุดเดียว หรือ One Stop System จึงมีผลทำให้ประเทศไทยรุดหน้าเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนมากว่าครึ่งศตวรรษและเป็นรากฐานสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ที่ยังเป็นจริงและมีผลจริงอยู่

ในท่ามกลางครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาก็มีพวกนักเพ้อฝันที่นำเสนอสิ่งที่เรียกว่าสามเหลี่ยมเศรษฐกิจบ้าง สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจบ้าง โดยมโนนึกเอาเองแต่ไม่มีการกระทำใดๆ ที่จะเอื้อให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศเลย จะเป็นประโยชน์บ้างก็แก่นักเพ้อฝันที่ได้รับเชิญไปพูดที่นั่นที่นี่ ราวกับว่าเป็นผู้ริเริ่มความคิดอันวิเศษวิโส แต่แท้จริงก็คือการผายลม ที่ลมโชยมาก็ผ่านหายไป

หลังจากประเทศจีนในยุคสมัยเติ้ง เสี่ยว ผิง ได้ริเริ่มสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นตามแนวชายแดนเพื่อดูดซับความเจริญรุ่งเรืองจากภายนอก และพัฒนาประเทศตามแนวชายแดนให้เจริญรุ่งเรืองเท่ากับหรือมากกว่าพื้นที่คู่แข่ง ไม่ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น จูไห่ เซียะเหมินหรืออื่นๆ ทำให้ประเทศจีนรุ่งเรืองมั่งคั่งอย่างผาดโผนโจนทะยาน ก็มีคนพูดถึงการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทยตามไปด้วย

ดังเช่นในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็มีการเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่ได้อยู่ชายแดนตรงไหนเลย แต่ตั้งอยู่กลางเมืองเพื่อจะแบ่งแยกการปกครองประเทศให้เป็นเขตอำนาจทางการเมืองเฉพาะ และถูกคัดค้านจนล่มสลายไป

มาถึงยุครัฐบาล คสช. ความสำเร็จของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนลือลั่นสนั่นโลก จึงมีดำริจะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายแห่งขึ้นในประเทศไทย เช่น ที่ ปราจีนบุรี สระแก้ว หนองคาย ที่เชียงใหม่ เชียงราย แม่สอด แม้กระทั่งในพื้นที่
สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ปลุกความตื่นตัวของนักลงทุนทั่วประเทศ และเป็นที่จับตามองต้องการของนักลงทุนทั่วโลก

ในขณะเดียวกันพม่าก็ประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 19 เขตทั่วประเทศ ลาวประกาศจัดตั้ง 21 เขต เขมรจัดตั้ง 6 เขต เวียดนามจัดตั้งกว่า 10 เขต

แต่นับถึงบัดนั้นจนบัดนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทยก็หายไปกับสายลมแล้ว การทั้งนี้มีเหตุสำคัญคือขาดความรู้และความเข้าใจในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นระบบบริหารท้องถิ่นพิเศษยิ่งกว่ากรุงเทพมหานครหรือเมืองพัทยา

เขตเศรษฐกิจพิเศษคือเขตบริหารท้องถิ่นแบบพิเศษ ที่มีสำนักงานบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นศูนย์กลางการบริหาร มีศูนย์กลางการลงทุนรับผิดชอบดูแลเรื่องการลงทุน มีสภาเขตเศรษฐกิจพิเศษทำหน้าที่นิติบัญญัติเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยรับมอบอำนาจจากราชการส่วนภูมิภาคและส่วนกลางบางประเภท จึงทำให้เกิดการบริหารเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้

ครั้นจีนกำหนดยุทธศาสตร์ลงใต้ และให้ความสำคัญแก่อาเซียนก็ได้มีการตั้งระเบียงเศรษฐกิจขึ้นสองระเบียงเพื่อเชื่อมต่อการคมนาคมและการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน คือ

ระเบียงที่หนึ่ง ตั้งให้มณฑลยูนนานเป็นระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้ากับพม่าและไทย

ระเบียงที่สอง ตั้งให้มณฑลกวางสีเป็นระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้ากับเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ยกเว้นเส้นทางรถไฟให้ใช้เมืองคุนหมิงเป็นศูนย์กลางเชื่อมพม่า, ลาว-ไทย และเวียดนาม-กัมพูชา

วันนี้ประเทศไทยก็คิดจะทำระเบียงเศรษฐกิจบ้าง แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าไม่ได้เชื่อมต่อกับประเทศใด นอกจากพื้นที่
แคบๆ เล็กๆ ที่ใกล้กับกัมพูชา ซึ่งมีประชากรแค่ 17 ล้านคน

ที่สำคัญคือสิ่งที่เรียกว่าระเบียงเศรษฐกิจนั้นคืออะไร มีอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่นหากจะมีผู้มาลงทุนสร้างรถไฟฟ้าที่วิ่งภายในระเบียงเศรษฐกิจ จะขออนุญาตจากใคร แค่นี้ก็จะทราบได้ว่าสิ่งที่เรียกว่าระเบียงเศรษฐกิจคืออะไร

ประเทศไทยมีการพัฒนามาก่อนประเทศใดในอาเซียน มีภูมิปัญญาเป็นของตนเอง แต่น่าเสียดายนักเราไม่ใช่ภูมิปัญญาของตน กลับไปลอกแบบที่มักง่ายของต่างชาติหรือรับคำสั่งต่างชาติมาทำ โดยไม่ได้ศึกษาและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เลย น่าอนาถใจนัก!

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved