คอลัมนิสต์ » คอลัมนิสต์เด่นประจำวัน
ข่าว จาก 10

21 เม.ย. 2560

กฎ กติกา ธุรกิจ : โรงไฟฟ้าถ่านหิน

การกำเนิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่สำหรับประเทศไทยดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะมีกระแสต่อต้านมากมาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ.2521 ได้ถือกำเนิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ ถือเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน

โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนในภาคเหนือ 17 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 50 ของการผลิต ภาคกลาง ร้อยละ 30 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 20 โดยใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นพลังงานเชื้อเพลิงปีละประมาณ 16 ล้านตัน เหตุผลที่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่แม่เมาะเพราะในพื้นที่บริเวณนั้น มีถ่านหินเป็นทรัพยากรเชื้อเพลิงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เมื่อไม่นานมานี้ข่าวการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า 4,400 เมกะวัตต์ ใช้ในพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ ได้รับการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีการเข้ามาชุมนุมประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล กระทั่งรัฐบาลให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เพื่อรอผลศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) โดยยกเลิก EIA และ EHIA ที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ และให้เริ่มต้นกระบวนการศึกษาผลกระทบใหม่ทั้ง 2 ฉบับ คาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในอีก 7 ปีข้างหน้า จากกำหนดเดิมที่จะแล้วเสร็จภายในปีพ.ศ.2564-2565

เดิมจ.กระบี่ เคยมีโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์และถือเป็นแห่งแรกๆ ของประเทศไทย โดยปี พ.ศ.2504 มีการเปิดเหมืองลิกไนต์บริเวณคลองปูดำ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เพื่อป้อนเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าลิกไนต์กระบี่ ซึ่งเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าครั้งแรกในปี พ.ศ.2507 ผลิตไฟฟ้าส่งประชาชนภาคใต้ตอนล่าง และได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องจนโรงไฟฟ้าหมดอายุไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2538

พื้นที่ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปีละ 2,467 เมกะวัตต์ และมีความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 100-150 เมกะวัตต์(ร้อยละ 4-5) เพื่อตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจ คาดว่าความต้องการไฟฟ้าของภาคใต้ในปี พ.ศ.2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3,200 เมกะวัตต์ โดยข้อมูลปี พ.ศ.2557 ภาคใต้มีโรงไฟฟ้าที่ผลิตได้ 3,059 เมกะวัตต์ (กำลังผลิตตามสัญญา) ภาคใต้จึงเสี่ยงขาดแคลนกระแสไฟฟ้า ประกอบกับเมื่อปี พ.ศ.2556 เคยเกิดเหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ 14 จังหวัดภาคใต้ นานเกือบ 3 ชั่วโมง จึงเป็นเหตุผลที่ กฟผ.ต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่

เมื่อคาดการณ์ว่าภาคใต้อาจสุ่มเสี่ยงต่อการขาดแคลนกระแสไฟฟ้า การที่ กฟผ.หาแหล่งผลิตไฟฟ้าย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย และหลายประเทศได้ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้างแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน

โดยเฉพาะจีนเพิ่งประกาศยกเลิกแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกว่า 100 แห่ง เพื่อลดความสูญเปล่าในการลงทุนและขับเคลื่อนประเทศออกจากความเป็นชาติพลังงานไฟฟ้ามลภาวะ เพราะการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

ถ่านหินที่คาดจะนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้ากระบี่คือ ซับบิทูมินัส(Subbituminous) หรือบิทูมินัส(Bituminous)ถือเป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพเหมาะสมในการผลิตกระแสไฟฟ้าและงานอุตสาหกรรม เป็นถ่านหินที่มีค่าความร้อนสูง ขี้เถ้าน้อยและค่ากำมะถันต่ำ คุณภาพดีกว่าลิกไนต์ (Lignite) แต่ต้องนำเข้าจากอินโดนีเซีย หรือออสเตรเลีย ทำให้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการขนส่งถ่านหิน หากเรือล่มกลางทะเล จะเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เชื้อเพลิงภายในประเทศ ไม่มีปัญหาเรื่องขนส่ง แต่ด้วยถ่านหินมีลักษณะก้อนแข็งไม่ละลายน้ำ เมื่อจมลงในน้ำจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ข้อกังวลนี้ จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น

สำหรับประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ถ่านหินเป็นพลังงานหลักหรือไม่ หากใช้พลังงานทดแทนอื่น ผลิตกระแสไฟฟ้า จะเพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือนหรือไม่ ยังเป็นข้อถกเถียงที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง หากไทยจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานอื่นทดแทนเป็นพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ และเขื่อน ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง แต่มีค่าก่อสร้างและค่าดูแลรักษาสูง ทั้งผลิตไฟฟ้าได้น้อย การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงอาจยังจำเป็น เพราะให้ความร้อนสูงและผลิตกระแสไฟฟ้าได้มาก

อย่างไรก็ดี แม้ในตอนแรกรัฐบาลมีความตั้งใจจะดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แต่เมื่อมีการต่อต้านจากหลายฝ่าย รวมถึงการประท้วงของประชาชนในพื้นที่ จึงยอมชะลอโครงการไว้ก่อนเพื่อรอผลการศึกษา EIA และ EHIA ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถือว่าเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลนี้ที่ยอมฟังเสียงของประชาชนแม้จะไม่ได้มาจากเลือกตั้งก็ตาม เพราะหากเดินหน้าโครงการต่อไปโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน และไม่รอผลการศึกษา EIA และ EHIA ของการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างกว้างขวางและชุมชนที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้า

การผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในประเทศ ยังมีความจำเป็น เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ การพึ่งพาหรือนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ ย่อมไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนทั้งประเทศ ส่วนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีความจำเป็นแค่ไหน เพียงไรนั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไป เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ไม่ใช่ครั้งแรกของการมีโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย

 

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved