ข่าวหน้าหนึ่ง
ข่าว จาก 7

19 มิ.ย. 2560 06:00 น.

หวิดเสียเลือด ประชุมบัตรทองเวทีกทม. ฝ่ายต้านจี้ยุติร่างใหม่

หวิดเสียเลือด

ประชุมบัตรทองเวทีกทม.

ฝ่ายต้านจี้ยุติร่างใหม่

กรรมการยันเดินหน้า

ถกตามแผน20-21มิย.

เวทีรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.บัตรทองภาคกลาง ครั้งสุดท้ายป่วนอีก กลุ่มสนับสนุนหวิดปะทะกลุ่มคัดค้าน ที่ประกาศตั้งเวทีคู่ขนาน หลังชายนิรนาม บุกยึดป้ายโจมตี ตำรวจรุดเข้าเคลียร์ ขอความร่วมมือแสดงจุดยืนโดยสงบ งดใช้เครื่องขยายเสียง ด้านกรรมการจัดประชาพิจารณ์ยันจัดเวทีปรึกษาสาธารณะ 20-21มิถุนายนตามเดิม ปัดข้อเสนอเริ่มร่างกฎหมายใหม่

ความคืบหน้าการจัดเวทีประชาพิจารณ์แก้ไขเพิ่มเติม (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ...หรือร่าง พ.ร.บ.บัตรทอง ที่ผ่านการจัดเวทีไปแล้ว 3 ครั้งคือ ภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ต้องยุติกลางคัน หลังกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกมายึดเวทีคัดค้านทำให้จัดประชุมไม่ได้ เพราะไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่การจัดเวทีฟังความคิดเห็นส่วนกลาง ครั้งสุดท้ายที่กรุงเทพฯก็ยังดำเนินต่อไป แม้จะมีเหตุวุ่นวายขึ้นก็ตาม

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... จัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายบัตรทองของภาคกลาง ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายในกระบวนการรับฟังความเห็นร่างกฎหมายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มประชุมเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพประมาณ 200 คน นำโดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)สัดส่วนภาคประชาชน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กรรมการ สปสช.สัดส่วนภาคประชาชน เดินทางมาชุมนุมหน้าห้องจัดงาน โดยถือป้ายคัดค้านการแก้กฎหมายบัตรทอง และตะโกนว่า “แก้ไม่ดี อย่าแก้” ไม่ขอเข้าร่วมประชาพิจารณ์ แต่จะเปิดเวทีคู่ขนาน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของกองร้อยควบคุมฝูงชนร้อย

ทั้งนี้ ก่อนเปิดประชุมมีชายไม่ทราบชื่อ เข้ายื้อแย่งป้ายคัดค้านของกลุ่มคนรักหลักประกันฯ ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและเกิดชุลมุนขึ้น ขณะที่นายนิมิตร์ได้โต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องขยายเสียง ทำให้เครือข่ายฯเข้าใจผิดว่าตำรวจยึดอุปกรณ์จึงลุกฮือและตะโกนว่า ตำรวจรังแกประชาชน สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องทำความเข้าใจว่าไม่มีการยืดสิ่งของใดๆ และนำตัวชายไม่ทราบชื่อดังกล่าวออกจากที่ประชุม เมื่อเหตุการณ์สงบ นายนิมิตร์จึงประกาศให้เครือข่ายฯนั่งหน้าห้องประชุมอย่างสงบ โดยยืนยันจัดเวทีคู่ขนานต่อไป แต่ไม่ใช้เครื่องขยายเสียง

น.ส.สารีกล่าวว่า การมาครั้งนี้ต้องการแสดงจุดยืน ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมาย เพราะขัดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ขัดเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ และส่งผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน เนื่องจากสิ่งที่ควรแก้ไขกลับไม่แก้ เช่น เรื่องร่วมจ่ายควรตัดเรื่องนี้ออกไป หรือการแก้กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเรื่องการแก้ระเบียบให้สปสช.จัดซื้อยาจำเป็น วัคซีนได้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงยามากขึ้น โดย 10 ปีประหยัดได้เกือบ 5 หมื่นล้านบาท แต่กลับไปแก้ให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดำเนินการแทนคือ การเอาอำนาจคืนโดยไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนสิ่งที่ไม่ควรแก้กลับแก้ไข เช่น การแก้สัดส่วนกรรมการ สปสช. เพิ่มสัดส่วนผู้ให้บริการและสธ.มากขึ้น แล้วมาเบี่ยงประเด็นว่า กลุ่มที่มาร้องเสียผลประโยชน์ ต้องถามว่าเสียอย่างไร เพราะที่เราคัดค้านเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และที่สำคัญควรไปแก้สัดส่วนกรรมการควบคุมคุณภาพ โดยต้องเพิ่มผู้เสียหายฯ และควรเพิ่มศูนย์ร้องเรียนเข้าไปด้วย เพราะทราบปัญหาการร้องเรียนเรื่องคุณภาพดี ดังนั้น หากยังเดินหน้าแก้กฎหมายต่อก็จะคัดค้าน และจะไปพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแน่นอน

สำหรับเวทีประชาพิจารณ์ส่วนกลางกลางนั้น มีผู้ลงทะเบียนออนไลน์ประมาณ 669 คน ลงทะเบียนจริง 558 คน และผู้ลงทะเบียนหน้างาน 204 คน รวม 762 คน แต่เข้ามาแสดงความคิดเห็นประมาณ 200 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดความวุ่นวายข้างนอกห้องประชุม แต่ นพ.พลเดช กลิ่นประทีป เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์ฯ พร้อมนพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการ สปสช. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.ยังคงเปิดให้แสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ต่อไป

โดยนพ.พลเดช ปิ่นประทีป ประธานคณะกรรมการประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.บัตรทองกล่าวว่า จากการทำประชาพิจารณ์มา 3 ภาครวมทั้งวันนี้ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเวทีสุดท้าย ล้วนพบเหตุวุ่นวายของกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการทำประชาพิจารณ์ แก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ จึงกำลังประเมินว่าถ้าจะจัดเวทีปรึกษาสาธารณะ ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน ที่จะนำเอาข้อมูลความคิดเห็นจากเวทีประชาพิจารณ์มาหารือกันเป็นเวทีสุดท้ายนั้นจะทำต่อไปได้หรือไม่ เกรงเป็นการยั่วยุ แต่ถ้าพิจารณาการจัดเวทีในวันนี้ไม่มีปัญหาก็จะจัดเวทีปรึกษาสาธารณะต่อไป ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดให้ผู้แทนผู้เกี่ยวข้องเสนอความคิดเห็นแนวทางต่างๆได้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการเปิดความคิดเห็นลักษณะนี้

อย่างไรก็ตาม จากการระดมความคิดเห็นทั้งหมดทางออนไลน์ ซึ่งเปิดตั้งแต่วันที่ 2-19 มิถุนายน. ทั้งเวทีประชาพิจารณ์ 4 เวที และเวทีปรึกษาสาธารณะ ทั้งหมดจะประมวลความคิดเห็นออกเป็นหมวดหมู่ และเสนอคณะกรรมการพิจารณายก (ร่าง) พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …ที่มีรศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธานฯ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พร้อมนำขึ้นเว็บไซต์เปิดเผยต่อสาธารณะว่า ทุกความคิดเห็นที่ส่งมาได้นำมาปรับปรุงจริง

นพ.พลเดชกล่าวต่อว่า สำหรับเวทีประชาพิจารณ์ จ.ขอนแก่น แม้ไม่มีการพูดแสดงความเห็น แต่ก็มีการเขียนแสดงความคิดเห็นอยู่ประมาณ 120 ความคิดเห็น โดยรวมแล้ว 4 ภาค มีผู้มาลงทะเบียนและแสดงตัวตนประมาณ 2,000 คน และแสดงความคิดเห็นมากกว่า 1,000 ความคิดเห็น โดยย้ำว่าทุกความเห็นของภาคประชาชน และการออกแถลงการณ์ต่างๆ ก็นำเข้ามารวมเป็นความคิดเห็นของการประชาพิจารณ์ด้วย

ด้านรศ.วราภรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณายก (ร่าง) พ.ร.บ.บัตรทองกล่าวถึงกรณีเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค ขอให้ยุติและเริ่มร่างกฎหมายใหม่ว่าคณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน คงไม่มีเหตุผลที่จะเริ่มต้นใหม่ เพราะจะเสียเวลา แต่ทางคณะกรรมการก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นจึงเปิดเวทีประชาพิจารณ์ เพื่อเสนอข้อคิดเห็นเข้ามาใหม่ได้ ซึ่งอยากให้เสนอมาเป็นข้อๆมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามหลังจัดเวทีประชาพิจารณ์ภาคกลางว่า จะจัดเวทีปรึกษาสาธารณะหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ยังคงจัดตามกำหนดการเดิมที่วางไว้

วันเดียวกัน กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคกลาง ตะวันตก ตะวันออก และ กทม. โดยนายพงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์ ผู้แทนกลุ่มคนรักหลักประกันอ่านแถลงการณ์เหตุผลคัดค้านเวทีประชาพิจารณ์ โดยย้ำเหตุผลคัดค้านกฎหมายดังกล่าว เพราะไม่ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เพิ่มสิทธิประชาชน มีแนวโน้มร่วมจ่าย ทั้งมองบุคคลแค่เลข 13 หลัก ประชาชนขาดการมีส่วนร่วม ที่สำคัญไม่มีคำตอบว่า การจัดเวทีรับฟังความเห็น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของกฎหมายให้ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะหลักการและเหตุผลของการแก้กฎหมายเจาะจงว่าจะแก้มาตราไหนอย่างไร ดังนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะรับฟังความเห็นรายมาตรา จึงเรียกร้องให้หยุดกระบวนการทั้งหมด และเริ่มกระบวนการแก้กฎหมายใหม่ที่สมดุล และทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ผู้แทนกลุ่มคนรักหลักประกันฯ กล่าวว่า การแก้กฎหมายขอให้แก้ไขตามคำสั่งมาตรา 44 ของ คสช.เท่านั้น และขอหัวหน้า คสช.อย่าหูเบากับการแก้กฎหมายครั้งนี้ ส่วนการแก้ไขอื่นๆ ขอให้มีหลักฐานผลงานวิชาการเชิงประจักษ์ว่า แก้แล้วเกิดผลดีกับประชาชนอย่างไร จึงจะยอมรับ

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved