ข่าวหน้าหนึ่ง
ข่าว จาก 7

17 ก.ค. 2560 06:00 น.

อยุธยาจ่อท่วม เขื่อนระบายน้ำเพิ่มอีก

เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำเพิ่ม 1,300 ลบ.ม.ต่อวินาที เตือนชาวบ้านท้ายเขื่อนเตรียมป้องกันปริมาณน้ำเพิ่มสูง คาดมวลน้ำถึงกรุงเก่าใน 24ชั่วโมง ส่วนที่หนองคาย น้ำโขงยังท่วมสูง ชาวบ้านได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้เร่งระบายน้ำลงท้ายเขื่อน ในปริมาณมากถึง 1,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือ โดยมวลน้ำดังกล่าวจะเดินทางถึงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันน้ำได้ท่วมในบางส่วนของชุมชนริมน้ำ และพื้นที่ทำการเกษตร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ในอ.ผักไห่, อ.เสนา , อ.บางบาล , อ.พระนครศรีอยุธยา , อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร จากมวลน้ำที่ปล่อยมาที่ 1,250 ลบ.ม.ต่อวินาที เท่านั้น หากปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำจากเพิ่มสูงและขยายวงกว้างขึ้น

นายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท กล่าวว่า การเพิ่มการระบายน้ำ จะทำให้ระดับน้ำใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับสูงขึ้นอีก 10-20 เซนติเมตร ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง ที่ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงควรเก็บของขึ้นที่สูง ติดตามประกาศสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการระบายน้ำไปจนถึง 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลเข้าเขื่อนสูงสุดในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ในอัตรา 2,100 ลบ.ม.ต่อวินาที

ขณะที่ เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กว่า 30 คน ได้เร่งติดตั้งบังเกอร์ตลอดแนววัดไชยวัฒนาราม อ.พระนครศรีอยุธยา ระยะทางยาวกว่า 165 เมตร ด้านที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันโบราณสถานดังกล่าวจะถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย

น.ส.สุกัญญา เบาเนิด ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ทางสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้เตรียมการรับมือโดยยกแนวบังเกอร์ความสูงกว่า 2 เมตร เพื่อป้องกันน้ำทะลักท่วมโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ขณะเดียวกันแนวป้องกันทั้งสี่ด้าน ก็มีความแน่นหนาสามารถป้องกันน้ำได้โดยนักท่องเที่ยว ยังคงสามารถมาเที่ยวชมวัดดังกล่าวได้ตามปกติ

ด้าน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผว่า ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด แจ้งเตือนชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมรับน้ำอีก เพราะแนวโน้มอาจเพิ่มการระบายน้ำถึง 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่จะค่อยๆ ระบายเพิ่มทีละ 50-80 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัว

วันเดียวกัน ที่ บ้านคลองสน หมู่ 6 ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดฝนตกหนักและพายุงวงช้าง พัดผ่านบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว โดยระยะเวลาเพียง 10 นาที ก็ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 9 หลัง โดยมี 2 หลัง ที่หลังคาหายไป นอกจากนี้ยังทำให้สายไฟฟ้าขาดจนไฟดับทั้งหมู่บ้าน อย่างไรก็ดี ภายหลังพายุสงบ นายประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายก อบต.แหลมกลัด พร้อมคณะ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป

สำหรับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย บ้านเลขที่ 68 ของนายอโนชา ละอองพิน , บ้านเลขที่ 59 ของนายจำนอง ตะนาวศรี , บ้านเลขที่ 27/44 ของนางมาลัย ตะนาวศรี , บ้านเลขที่ 27/3 ของนางมาลี ตะนาวศรี , บ้านเลขที่ 446 ของนางราตรี ภักดี , บ้านเลขที่ 113 ของนางวิรัตน์ ภักดี , บ้านเลขที่ 143 ของนางสมหวัง บุญบุตร , บ้านของนางสุกัญญา อุทยานิก และบ้านเลขที่ 133 ของนางสุนิสา รัตนเพียร

นายอโนชา หนึ่งในผู้ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า ในระหว่างที่หลับนอนอยู่ในบ้านกับครอบครัว เกิดฝนตกหนักและมีลมแรง สักพักก็มีพายุพัดรุนแรง พัดเข้ามาแค่ไม่กี่นาที หลังคาบ้านก็ปลิวหลุดไปเกือบทั้งหมด ทุกคนที่นอนอยู่ต้องพากันหลบพายุ จากนั้นไฟฟ้าก็ดับ ซึ่งบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้รับเสียหายเช่นกัน รวมทั้งญาติพี่น้องก็ต้องไปอาศัยบ้านญาติที่อยู่ใกล้เคียง

ส่วนที่ จ.หนองคาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำโขงยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไหลเร็วในช่วง 2 วันที่ผ่านมา รวมสูงขึ้นกว่า 1.29 เมตร ทำให้น้ำได้ไหลเข้าท่วมองค์พระธาตุกลางน้ำ ที่โผล่พ้นน้ำในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบดูดทรายทั้งไทย-ลาว ได้หยุดการดูดทราย ก่อนเร่งขนย้ายเครื่องมือเครื่องจักรออก แต่บางส่วนก็ยังขนขึ้นไม่ทันและติดอยู่บนกองทรายในแม่น้ำโขง

อย่างไรก็ดี ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ยังมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่อุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อ.เมือง จ.หนองคาย วัดได้ที่ระดับ 5.37 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 6.83 เมตร เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นถึง 74 เซนติเมตร 2 วัน รวมกัน มีปริมาณน้ำสูงขึ้นแล้วถึง 1.29 เมตร และยังคงมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน้ำทางตอนเหนือ คือที่เชียงคาน จ.เลย วันเดียวกันนี้ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 50 เซนติเมตร นอกจากนี้ทั้งน้ำสาขา ในประเทศลาว ก็มีระดับสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีสาเหตุเกิดจากฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องหลายวันที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ขณะนี้ได้ท่วมบริเวณชุมชนวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย และจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้การเดินเรือในช่วงดังกล่าวต้องระมัดระวังอย่างมาก รวมทั้งยังส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved