เด่นวันนี้
ข่าว จาก 100

21 เม.ย. 2560 18:26 น.

ยิงแล้วเผา!'ไอ้ใหญ่'รับแล้วฆ่าโหดยกครัว อ้างแค้นถูกเบี้ยวค่าจ้าง

‘ไอ้ใหญ่ ดอนยายหนู’ รับสารภาพแล้ว ฆ่าโหดยกครัว-จุดไฟเผาอำพราง 3 ศพที่สามร้อยยอด เผยยิง 8 นัด พ่อ 5 นัด แม่ 2 นัด และลูกอีก 1 นัด ก่อนลากศพไปวางตามที่ต่างๆ จัดฉากไฟไหม้เผาอำพราง อ้างแค้นเหยื่อเบี้ยวเงินค่าจ้างเฝ้าบ่อกุ้ง

ในที่สุดเหตุสะเทือนใจคดีฆ่าแล้วเผา 3 ศพยกครัวที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็ได้รับความกระจ่าง เมื่อผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวไว้สอบสวน ยอมรับสารภาพอย่างหมดเปลือกแล้วว่าเป็นผู้ลงมืออย่างโหดเหี้ยม ด้วยการยิงทั้งหมด ก่อนจะลากศพไปเผาอำพรางคดี มูลเหตุเพียงเพราะแค้นที่ถูกเหยื่อเบี้ยวเงินค่าจ้างเฝ้าบ่อกุ้ง

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทาง พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 ได้รับคำสั่งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้เดินทางลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 100 หมู่ 7 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์  เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้บ้านเสียหายทั้งหลัง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ เสียหายทั้งหมด และมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ เป็นพ่อ แม่และลูก คือ นายสำราญ เพชรประดับ อายุ 44 ปี , น.ส.รุ้งทิพย์ สายทอง อายุ 35 ปี และ ด.ญ.ประภัสสร เพชรประดับ อายุ 1 ปี 6 เดือน อีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากสงสัยว่าจะเป็นการฆ่าแล้วเผาอำพรางศพ

รายงานข่าว ระบุว่า พล.ต.อ.สุวิระ ได้เข้าร่วมประชุมกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) , พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รักษาการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.ภ.7 โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุใหม่อีกครั้ง เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ได้ทำตรวจสอบห้องนอนแต่ละห้อง พร้อมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วยกันรื้อหลังคาที่ตกลงมาทับพื้นดินภายในตัวบ้านและรอบๆตัวบ้าน

นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้จอบขูดขี้เถ้าในจุดที่พบศพ พบว่า บนพื้นปูนจุดที่ศพเคยทับอยู่มีคราบเลือดอยู่จำนวนมาก และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.จำนวน 3 ปลอก และหัวกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่บนพื้นบ้าน รวมถึงบริเวณฝาผนังบ้านสร้างด้วยอิฐบล็อกมีร่องรอยกระสุนปืนเป็นรูขนาดใหญ่

ขณะที่บริเวณบ่อกุ้งทางทิศตะวันออก ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร พบถังน้ำมันโซล่าขนาด 200 ลิตร จำนวน 3 ถัง จึงทำการเก็บลายนิ้วมือแฝงถังน้ำมันดังกล่าว คาดว่าหลังจากคนร้ายได้ลงมือสังหารเหยื่อแล้ว ได้ใช้น้ำมันโชล่าจำนวนมากนำไปราดก่อนวางเพลิง นอกจากนี้ได้ตรวจสอบภายในรถยนต์ที่ถูกเผาและหลายจุดที่สงสัยว่าอาจจะเป็นจุดที่วางเพลิงด้วย โดยจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังห้ามไม่ให้ใครที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพราะเกรงหลักฐานต่างๆอาจถูกทำลาย

สำหรับผลการตรวจชันสูตรศพอย่างไม่เป็นทางการจากสถานบันนิติเวช พบว่า ทั้ง 3 ศพมีร่องรอยกระสุนปืน และพบหัวกระสุนขนาด 11 มม. ภายในศพ

ด้าน พล.ต.อ.สุวิระ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบรอยคราบเลือดกองอยู่ที่พื้นบริเวณผู้เสียชีวิตก็แสดงว่าไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ เพราะถ้าเป็นเพลิงไหม้ธรรมดาจะไม่มีเลือดออกมา กรณีนี้มีเลือดออกมากองอยู่จำนวนมาก จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่น่าจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ธรรมดา แต่น่าจะมีการฆาตกรรมก่อน แล้วเกิดเหตุเพลิงไหม้

ขณะที่ พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมกำลังตำรวจสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัดได้นำหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าจับกุม นายนิพนธ์ ช้างแก้ว หรือ “ใหญ่ ดอนยายหนู” อายุ 38 ปี ชาว อ.กุยบุรี ได้ภายในไร่สับปะรดบ้านไร่บน ต.หาดขาม เมื่อคืนวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง หลังนายนิพนธ์ได้ทิ้งปืนพกขนาด 11 มม.ไว้ภายในเพิงพักแล้วหลบหนีไป

เบื้องต้นคาดว่านายนิพนธ์ อาจมีส่วนพัวพันคดีเผา 3 ศพ  เนื่องจากมีพยานยืนยันว่านายนิพนธ์ ทะเลาะมีปากเสียงกับ น.ส.รุ้งทิพย์ 1 ในผู้ตาย ก่อนบ้านพักถูกเผาจนเสียชีวิต แต่นายนิพนธ์ ยังให้การภาคเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว โดยอ้างว่าที่ต้องหลบหนีเพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุไฟไหม้ 1 วัน มีตำรวจเข้ามาขอตรวจค้นยาเสพติด ระหว่างนั้นตนเองมีปืนอยู่จึงกลัวจะถูกจับ จึงได้เอาปืนใส่กระเป๋า แล้วโยนลงไปในบ่อพักน้ำ แล้ววิ่งหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนายนิพนธ์ ยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่ายกครัวและจุดไฟเผาอำพราง โดยวันเกิดเหตุได้ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. รวม 2 แมกกาซีน ยิงนายสำราญ 5 นัด , ยิง น.ส.รุ้งทิพย์ 2 นัด และ ด.ญ.ประภัสสร 1 นัด รวม 8 นัด เสียชีวิตทั้งหมด ก่อนจัดฉากลากศพไปวางยังจุดต่างๆของตัวบ้าน จากนั้นได้ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผา ทำทีเหมือนเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน ก่อนหลบหนีไป

ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุมาจากนายสำราญไม่ยอมจ่ายเงินค่าเฝ้าบ่อกุ้งให้ หลังทำงานจนครบ 3 เดือน พอทวงถามก็ยังผิดนัดอีก จึงตัดสินใจลงมือฆ่าระบายแค้น 

"ผมเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ทั้ง 3 ศพเองเนื่องจากว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายไม่ยอมจ่ายเงินเดือนให้มาสามเดือนแล้วจนมีเรื่่องทะเลาะกัน และวันเกินเหตุตอนกลางวันก็มีตำรวจมาไล่จับตนในข้อหามีอาวุธปืนและยาเสพยาแต่ว่าตนหลบหนีไปได้ จึงโกรธแค้น ในวันเกิดเหตุได้ย้อนกลับมาหาผู้ตายเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ได้เรียกผู้ตายออกมายืนคุยหน้าประตูก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวน 5 นัด จนหมดแม็ก แล้วเปลี่ยนแม็กใหม่เข้าไปยิงผู้หญิงอีกสองนัด ขณะนั้นผู้หญิงได้เข้าไปกอดลูกอยู่ กระสุนปืนก็ถูกเด็กอีก1นัด ก่อนหลบหนีไป จนกระทั้งถูกเจ้าหน้าทีาตำรวจจับกุมได้" นายนิพนธ์ กล่าว

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปค้นบ้านเลขที่ 190/2 บ้านลุ่มแสล ต.หาดขาม อ.กุยบุรี พบอาวุธปืนขนาด 11 มม.ของกลางซ่อนไว้ในท่อน้ำข้างบ้านซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ต่อมาเวลา 16.00 น.วันนี้ (21 เม.ย.) พล.ต.อ.สุวิระ พร้อมทีมสอบสวนกว่า 50 นาย ควบคุมตัวนายนายนิพนธ์ ขึ้นรถตู้ไปทำการขอขมาศพทั้ง 3 ที่วัดดอนยายหนู โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ท่ามกลางความโกรธแค้นของญาติผู้เสียชีวิตที่ตะโกนรุมสาปแช่ง และจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังแน่นหนา โดยปิดประตูศาลาสวดศพป้องกันไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาภายใน

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved