เด่นวันนี้
ข่าว จาก 100

17 ก.ค. 2560 20:17 น.

ยกศาลรธน.การันตี! กม.ไต่สวนคดีลับหลังไม่ขัดหลักสากล

กมธ.ยืนยันร่างกม.ไต่สวนลับหลังไม่ขัดหลักสากล พร้อมยกความเห็น3ฝ่ายทั้งกรธ.-สนช.-ตัวแทนศาลรธน.การันตีคุณภาพ เผยคดีนักการเมืองโกงนั้นมีเพียง"รักเกียรติ สุขธนะ"คนเดียวที่ติดคุกนอกนั้นหนีไปนอกหมด ขณะที่"มาร์ค"หนุนสุดตัวระบุไม่ขัดหลักยุติธรรม เหตุจำเลยรู้ตัว-อนุญาตตั้งทนาย-ให้สิทธิ์อุทธรณ์ ยกเคส"คดีที่ดินรัชดา"ได้ตัวทักษิณเมื่อไหร่ต้องรับโทษ

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.60 นายสมชาย แสวงการ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงยืนยันว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้ที่ให้มีผลกับคดีที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของชั้นศาลนั้น ขอยืนยันไม่ได้ขัดหลักการแต่อย่างใด

ยกศาลรธน.ยันไม่ขัดหลักสากล

ทั้งนี้ นายสมชาย ได้ระบุว่า ในการพิจารณาร่างนั้นทาง สนช. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ. ) และผู้แทนจากศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบดูแล้วว่า การพิจารณาคดีอาญาโดยตัวจำเลยไม่อยู่หรือที่เรียกกันว่าการพิจารณาลับหลังจำเลยนั้น ไม่ได้ขัดกับหลักสากลเนื่องจากกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) นั้นให้ข้อยกเว้นในกรณีที่จำเลยไม่มาศาล ศาลก็พิจารณาหลับหลังได้

มีแค่รักเกียรติคนเดียวยอมติดคุก

"ขอยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้ไม่มีเจตนาจะล่าแม่มดหรือเอาผิดกับคนบางคน แต่มีเป้าหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทุกฝ่าย ร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้ไม่มีผลย้อนหลัง มีแต่เดินไปข้างหน้า หลักร่าง พ.ร.บ.ฯ เป็นการเปลี่ยนวิธีในการดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาการใช้ พ.ร.บ.พิจารณาคดีแบบเดิมสามารถนำเอานักการเมืองแค่เพียงคนเดียว คือ นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมว.สาธารณสุข มาติดคุกเท่านั้น ส่วนคดีที่เหลือผู้ต้องสงสัยก็หลบหนีออกนอกประเทศไปหมด" นายสมชาย ระบุ

เปิดโอกาสให้จำเลยรื้อฟื้นคดีได้

นายสมชาย กล่าวว่า เนื้อหาที่บัญญัติในร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้นั้นจะยึดถือตามหลักสากลเป็นหลัก คือมีการออกหมายเรียกหมายจับ พอฝ่ายจำเลยได้รับหมายจับ ถ้าเขาไม่มาศาลแต่ว่าแต่งทนายเข้ามาสู้คดี เขาก็ยังได้สิทธิรื้อฟื้นคดีและได้สิทธิอุทธรณ์ด้วย แต่ถ้าหาก 3 เดือน หลังจากที่จำเลยได้รับหมายจับ จำเลยยังไม่มาปรากฏตัวที่ศาล ศาลก็มีสิทธิพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้  ส่วนอายุความของคดีสำหรับผู้ที่สู้คดีนั้นก็ยังเท่าเดิมทุกประการ

ถ้าคิดจะหนีต้องหนีตลอดชีวิต

เมื่อถามว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว จะดำเนินการอย่างไรกับ คดีที่พิพากษาไปแล้ว จำเลยยังหลบหนีอยู่และก็อยู่ในอายุความ นายสมชาย กล่าวว่า ต้องดูที่มาตรา 24 ของร่าง พ.ร.บ.ฯ ในวรรค 1 , 2 และ 3 ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่แล้ว ถ้าจะนำมาใช้ประโยชน์ก็ทำได้ การหนีคดีนั้นจะต้องมีการแบ่งลักษณะให้ชัดเจน

"กรณีที่จำเลยหลบหนีไปก่อนมีคำพิพากษาของศาล กรณีที่จำเลยไม่ยอมไปที่ศาล ถ้าหากทำแบบนี้ก็จะทำให้อายุความของคดีสะดุดลงทันที ถ้าเขากลับมา ก็ต้องนับอายุความต่อเนื่องไป  ดังนั้นถ้าเขาจะหนีก็ต้องหนีไปให้ตลอดชีวิต" นายมชาย กล่าว

"อุดม"การันตีซ้ำไม่ขัดรธน.

ขณะที่ นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ทาง กรธ.จะนัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว หลังจากที่ สนช.ส่งเรื่องมายัง กรธ.แล้ว โดยจะดูเนื้อหาของร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าบทเปลี่ยนแปลงที่แก้ไขไปนั้นมีประเด็นใดที่ กรธ.ติดใจ หรือมีรายละเอียดที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่โดยส่วนตัวมองว่าในหลักการไม่มีปัญหา และไม่มีส่วนใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ถ้าศาลติดใจส่งประเด็นมาได้

ส่วนกรณีที่มีบางประเด็นในร่างกฎหมาย เช่น การพิจารณาคดีลับหลังจำเลย หรือกรณีให้ศาลดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบโดยจำเลยไม่ปรากฏตัวต่อศาลนั้น ที่ตัวแทนของศาลยุติธรรมมองว่ามีปัญหานั้น อาจส่งประเด็นมาให้ กรธ.พิจารณาร่วมด้วยก็ได้

"ในประเด็นที่ระบุว่าศาลติดใจนั้น ก่อนหน้าที่ตัวแทนของศาลยุติธรรมก็ได้ใช้สิทธิสงวนความเห็นต่อที่ประชุม สนช.แล้ว โดยเฉพาะมาตรา 27 ว่าด้วยการพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย หากไม่สามารถนำตัวจำเลยมาแสดงต่อศาล และ มาตรา 28 ว่าด้วยการรื้อฟื้นคดีพิจารณา หากมีข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงและจำเลยมาแสดงตนต่อศาล ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวได้รับคำชี้แจงคำอธิบายไปแล้ว โดยผลสรุปคือมติที่ประชุม สนช.ข้างมากก็พิจารณาให้บทบัญญัตินั้นผ่านใช้เป็นกฎหมาย" นายอุดม กล่าว

เป็นไปได้น้อยที่จะตั้งกมธ.ร่วม

นายอุดม กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ศาลยุติธรรมติดใจและมองว่าอาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้น ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 267 กำหนดได้ให้สิทธิผู้ทำความเห็นยัง สนช.มีเฉพาะ กรธ. , ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง โดยในที่นี่องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาระบุแล้วว่าเนื้อหาไม่มีปัญหา ดังนั้น จะเหลือเพียง กรธ.ที่เตรียมจะพิจารณา ซึ่งขณะนี้ตนยังตอบไม่ได้ว่าจะมีการเสนอเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสน้อย

"มาร์ค"หนุนกม.ดัดหลังนักหนีคดี

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวพยายามแก้ไขปัญหาคนที่มีอิทธิพลหนีคดี และเนื้อหามีความระมัดระวังไม่ให้กระทบกับหลักความยุติธรรม ทั้งนี้ ควรจะสนับสนุนมาตรการใดก็ตามที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลัง จากการตรวจสอบกฎหมายของต่างประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่มีปัญหาดังกล่าว เพราะมีหลักไม่พิจารณาคดีลับหลัง แต่บางประเทศก็อนุญาตไว้เหมือนกับบ้านเรา พบว่าการจะพิจารณาคดีลับหลังได้นั้น จะมีเงื่อนไขว่าจำเลยได้รับการแจ้ง หรือรู้ว่าจะมีการดำเนินคดี อีกทั้งจำเลยมีสิทธิ์ตั้งทนายต่อสู้ ดังนั้น จึงเข้าใจว่าประเด็นที่ไม่เห็นด้วยให้พิจารณาคดีลับหลังนั้นอาจเป็นกรณีที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ไม่มีสิทธิ์ต่อสู้ และอยู่ดีๆก็นำเขาขึ้นศาลเพื่อพิพากษา แบบนั้นไม่ยุติธรรมแน่นอน

ชี้ไม่น่าขัดหลักความยุติธรรม

"แต่สำหรับกฎหมายที่บ้านเราอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังนั้น เป็นการแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว แต่จงใจไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นถือว่าไม่น่าขัดกับหลักความยุติธรรม โดยเฉพาะจำเลยสามารถตั้งทนายต่อสู้ได้ อีกทั้งยังกำหนดว่าหากจำเลยตัดสินใจกลับมาสู้และมีพยานหลักฐานใหม่ที่จะส่งผลต่อคำพิพากษาสามารถรื้อฟื้นคดีได้ ซึ่งเป็นสิทธิ์นอกจากอุทธรณ์คดีซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ถือเป็นการให้ความยุติธรรมกับจำเลย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

คนละเรื่องกับการให้โทษย้อนหลัง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อโต้แย้งในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ บทเฉพาะกาล มาตรา 67 ที่ให้โทษย้อนหลังนั้น ตามหลักทั่วไปการมีโทษย้อนหลังที่ไม่ควรเกิดขึ้นมี 2 กรณี คือ ขณะที่กระทำนั้นไม่ผิด แต่ต่อมากฎหมายมาบอกว่าผิด การย้อนหลังดังกล่าวถือว่าไม่ได้ เพราะขัดหลักยุติธรรม และขณะทำความผิดมีโทษอีกแบบหนึ่ง ต่อมาออกกฎหมายให้โทษรุนแรงขึ้น แล้วย้อนหลังกับผู้กระทำความผิดก่อนหน้านั้น ตามรัฐธรรมนูญและหลักสากลบอกว่าทำไม่ได้ แต่สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯไม่ได้เพิ่มความผิดทางอาญา หรือนำโทษหนักกว่าไปย้อนหลังกับการกระทำก่อนหน้านี้ แต่เป็นเรื่องวิธีพิจารณาความ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

คดีทักษิณเข้าข่ายตามกติกาใหม่

เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ จะมีผลต่อคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกตัดสินไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในบทเฉพาะกาล เขียนแค่ว่าส่วนที่ดำเนินการไปแล้วไม่ได้รับผลกระทบ โดยกรณีของนายทักษิณจะมี 2 ลักษณะ คือ 1.ศาลตัดสินแล้ว และ 2.คดีที่ยังไม่ได้เริ่มต้น หรือหมายความว่าสิ่งที่ยังไม่ได้เริ่มต้นหรือศาลตัดสินไปแล้วไม่มีผลกระทบ และถ้าถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ก็ตอบว่าดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯเพราะฉะนั้นคดีที่ยังไม่ได้เริ่มต้นหรือศาลจำหน่ายชั่วคราวเพราะจำเลยไม่อยู่ก็ดำเนินการได้

ยกคดีที่ดินรัชดาได้ตัวต้องรับโทษ

อย่างไรก็ตาม ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ยังระบุด้วยว่าคดีที่ตัดสินแล้วไม่นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 มาใช้ แปลว่าคดีรัชดาที่นายทักษิณยังไม่ได้รับโทษนั้น ถ้าได้ตัวมาเมื่อไหร่จะต้องรับโทษไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved