ผู้หญิง
ข่าว จาก 100

12 เม.ย. 2560 06:00 น.

เรือนจำกลางกำแพงเพชร ต้นแบบลด‘สิงห์อมควัน’ชาวคุก

“ในปี 2558 คนไทยอายุ 30 ปีขึ้นไป ตายด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ 50,710 คน เป็นผู้ชาย 42,989 คน และผู้หญิง 7,721 คน ประมาณการความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากโรคที่เกิดจากบุหรี่คิดเป็นค่าใช้จ่ายสูงถึง 74.9 พันล้านบาท คิดเป็น 0.78 ของ GDP เป็นค่าใช้จ่ายตรงทางการแพทย์ 11,473 ล้านบาท การสูญเสียผลิตภาพจากการตายก่อนวัยอันควรเท่ากับ 61,219 ล้านบาทการสูญเสียผลิตภาพจากการขาดงานของผู้ป่วย 731 ล้านบาท”

นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงความสูญเสียของสังคมไทยด้วยโรคภัยจาก “ยาสูบ” ซึ่งแม้ภาครัฐจะมีการออกมาตรการทั้ง “ห้าม-จูงใจ” ให้ประชาชน “ลด-ละ-เลิก” แต่จำนวน “สิงห์อมควัน” ยังค่อนข้างสูง ดังข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2557 พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีผู้สูบบุหรี่มากถึง 11.4 ล้านคน

บุหรี่หรือยาสูบนั้นถือว่าเป็น “ปัญหาของมนุษยชาติ” มีการเฝ้าระวังทั่วโลก อาทิ ผลการศึกษาที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ทำร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) พบว่าช่วงปี 2556-2557 ขณะที่ทั่วโลกเก็บภาษียาสูบได้ราว 269,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9 ล้านล้านบาท แต่โรคภัยจากบุหรี่ได้สร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจโลกถึง “1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ” หรือกว่า 34 ล้านล้านบาท

จากสถิติทั้งของไทยและของโลก ทำให้ภาครัฐต้องทำทุกวิถีทางเพื่อลดจำนวนประชากรสิงห์อมควัน อาทิ ล่าสุดกับการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยระบุว่า “ห้ามขายให้ผู้มีอายุไม่ถึง 20 ปี”จากเดิมกำหนดอายุห้ามขายไว้ที่ต่ำกว่า 18 ปี และที่เพิ่มขึ้นมาด้วยคือ “ห้ามขายแบบแบ่งซอง”เนื่องจากการขายลักษณะดังกล่าวผู้ซื้อสามารถซื้อได้ในราคาถูกกว่าการซื้อทั้งซอง ส่งผลให้เข้าถึงได้ง่าย กฎหมายดังกล่าวผ่านมติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว และถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 5 เม.ย.2560 ที่ผ่านมา

อนึ่ง..นอกเหนือจากสังคมทั่วไป ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่การสูบบุหรี่ถูกมองว่าเป็น “เรื่องปกติ” นั่นคือ“เรือนจำ” อาทิ เรื่องราวที่ “ชาวคุก”มักบอกเล่ากับคนภายนอกว่า “ที่นี่บุหรี่มีค่าแทนเงินสด” ใช้ซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ ได้ หรือมีความเชื่อกันว่า“สูบบุหรี่ช่วยคลายเครียด” ลดความเหงาที่ต้องใช้ชีวิต “หลังกำแพงสูง” ไร้อิสรภาพแถมยังแออัด เหล่านี้เอื้อให้ผู้ต้องขังกลายเป็นสิงห์อมควัน “บั่นทอนสุขภาพ”ของตนมากขึ้น

โศรยา ฤทธิ์อร่าม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางกำแพงเพชร กล่าวว่า เรือนจำกลางกำแพงเพชร เป็นพื้นที่ “นำร่อง” ของกรมราชทัณฑ์ ส่งเสริมให้ผู้ต้องขังลด ละ เลิกสูบบุหรี่ โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมาช่วยให้ผู้ต้องขังเลิกสูบบุหรี่เด็ดขาดได้แล้ว 82 ราย และลดการสูบให้น้อยลงได้ 24 ราย

“ผู้ต้องขังนั้นมีพื้นฐานของสังคมที่ใช้บุหรี่จนเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับกิจวัตรประจำวันอื่นๆ อย่างกินข้าวก็ต้องกินคู่กับน้ำ ซึ่งทุกพฤติกรรมของมนุษย์เป็นแบบนี้ตั้งแต่ภูมิหลังแล้ว เพราะฉะนั้นจะให้เขาเลิกภายในวันสองวันมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป” ผบ.เรือนจำกลางกำแพงเพชร ระบุ

กระทั่งในปี 2558 เครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบ และ สสส. ได้เข้ามาร่วมสนับสนุน ซึ่ง นพ.บัณฑิตเปิดเผยว่า เรือนจำกลางกำแพงเพชร กำหนด “พื้นที่ปลอดบุหรี่” ห้ามสูบเด็ดขาดอาทิ เรือนนอน สถานพยาบาล หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษ แต่ที่ค่อนข้าง “แรง”คือมาตรการลงโทษแบบรวมยกกลุ่ม

รองผู้จัดการ สสส. กล่าวต่อไปว่า “การดูโทรทัศน์” ถือเป็นความบันเทิงสำคัญของผู้ต้องขังในเรือนจำ ดังนั้นทางเรือนจำจึงมีกฎว่า หากมีผู้สูบบุหรี่ในเรือนนอนของแต่ละแดน “แม้เพียงคนเดียว” จะถูกลงโทษด้วยการ “ปิดทีวี” ไม่ให้ดูทันทีนอกเหนือจากตัวผู้สูบที่ต้องถูกลงโทษอยู่แล้ว

“ผิดครั้งแรกปิดทีวีเป็นเวลา 3 วันผิดครั้งที่ 2 ปิดทีวีเป็นเวลา 7 วัน และครั้งที่ 3 จะต้องปิดทีวีเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้ผู้ต้องขังต้องควบคุมกันเอง เพราะหากทำผิดเพียงแค่คนเดียวจะถูกลงโทษกันหมดทั้งเรือนนอนจึงทำให้ควบคุมง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมการพัฒนาของเรือนจำ” นพ.บัณฑิต กล่าว

เสียงสะท้อนของผู้ต้องขัง “นาย ท.”(ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ “ติดบุหรี่” หนักมากแต่ก่อนต้องสูบ “อย่างน้อยวันละ 2-3 ซอง” กระทั่งต่อมาพบว่าตนเองป่วยบ่อย สุขภาพเริ่มไม่ค่อยจะแข็งแรง จึงเริ่มนึกถึง “ครอบครัว”อยากจะทำอะไรดีๆ เพื่อพวกเขาที่อยู่ภายนอกบ้าง ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเลิกสูบบุหรี่ของทางเรือนจำ

“ช่วงแรกๆ ที่เริ่มเลิกบุหรี่นั้นยากมาก จากคนเคยสูบมาตลอดแต่วันหนึ่งต้องตัดออกไปเลยรู้สึกหงุดหงิด จึงเข้าร่วมโครงการของเรือนจำ เพราะคิดว่ามันดีกว่าที่เราจะเลิกเอง ถึงแม้วันนี้เราจะยังเลิกไม่ได้เต็มร้อย แต่สักวันหนึ่งเราจะเลิกมันได้ขาดอย่างแน่นอน” ผู้ต้องขังรายนี้ กล่าวอย่างเชื่อมั่น

ด้าน ดร.สุรินธร กลัมพากร เลขาธิการเครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ในเรือนจำ สสส. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ในเรือนจำ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้เรือนจำเป็นเขตปลอดบุหรี่ โดยบูรณาการกับงานประจำเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการเลิกยาสูบมีแนวทางการทำงานดังนี้

1.ผลักดันให้เกิดคณะทำงานสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ในเรือนจำ 2.จัดให้บริการเลิกบุหรี่ให้แก่ผู้ต้องขังที่สมัครใจ3.จัดพื้นที่ปลอดบุหรี่ 4.ควบคุมกำกับให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการควบคุมยาสูบของเรือนจำอย่างเคร่งครัด 5.ติดตามการดำเนินงานและให้คำปรึกษาแก่พยาบาลที่ร่วมโครงการ

ซึ่งจากการดำเนินโครงการในเรือนจำ13 แห่ง มีผู้ต้องขังได้รับการช่วยเหลือให้เลิกบุหรี่ 750 คน ในจำนวนนี้มี 258 คน หรือร้อยละ 34.4 ที่สามารถเลิกบุหรี่ได้ต่อเนื่องเกิน 6 เดือน เรือนจำที่เข้าร่วมโครงการมี นโยบายการควบคุมยาสูบและการพัฒนาสถานที่ปลอดบุหรี่เพิ่มขึ้น สามารถพัฒนาสู่การเป็นต้นแบบเรือนจำปลอดบุหรี่ 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางกำแพงเพชร เรือนจำหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และเรือนจำกลางมหาสารคาม

“ภายในปี 2561 ตั้งเป้าจะขยายผลไปยังเรือนจำอื่นๆ ทั่วประเทศอีกไม่น้อยกว่า10 แห่ง” ดร.สุรินธร ระบุ

ขณะที่ เศกสรรค์ จันทรปราสาท พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ในฐานะหัวหน้าโครงการการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ในเรือนจำกลางกำแพงเพชร สสส.เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของเรือนจำกลางกำแพงเพชร มีการตั้งคณะกรรมการทำงาน มีผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธานกรรมการ มีเจ้าหน้าที่ทุกส่วนงานในเรือนจำเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน

ถึงกระนั้น..ในแต่ละแดนยังจัดให้มีจุดสูบบุหรี่สำหรับผู้ต้องขังที่ยังไม่สามารถเลิกสูบได้เด็ดขาด มีการจัดทำกลุ่มสมัครใจเลิกสูบบุหรี่ โดยมีผู้ต้องขังที่เลิกสูบบุหรี่ได้แล้วเป็น “พี่เลี้ยง” ดูแลอย่างใกล้ชิด มีการจัดตั้งคลินิกเลิกบุหรี่ที่สถานพยาบาลของเรือนจำ

“ผลจากการทำงาน ยอดการจำหน่ายบุหรี่และยาเส้นของร้านค้าในเรือนจำลดลง ถึงร้อยละ 50 ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ต้องขังเลิกสูบบุหรี่ คือ บุหรี่ทำให้สุขภาพทรุดโทรม ต้องการทำเพื่อคนรอบข้าง ได้รับความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่ และมีเป้าหมายในใจที่ชัดเจน” เศกสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

โครงการลด ละ เลิกบุหรี่ โดยเรือนจำกลางกำแพงเพชร แบ่งออกเป็น “3 ส่วน” ประกอบด้วย 1.จัดนิทรรศการแสดงพิษภัยบุหรี่ 2.จัดสถานที่ปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ คือที่สถานพยาบาลแดนหญิง และเรือนนอนของทุกแดน3.จัดทำกลุ่มสำหรับผู้ต้องขังที่สมัครใจเข้าร่วมการเลิกบุหรี่ ทั้งนี้แม้จำนวนผู้ต้องขังที่เลิกบุหรี่ได้เด็ดขาดหรือลดการสูบบุหรี่ลง อาจจะยังดูน้อย แต่ก็ถือเป็น..

จุดเริ่มต้นที่ดี!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved