ผู้หญิง
ข่าว จาก 100

14 เม.ย. 2560 06:00 น.

รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข เตรียมคนไทยสูงวัยให้กายฟิต-จิตดี-มีออม

ดร.กิตติมา ศรีวัฒนกุล, ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล, อาจารย์วิมล บ้านพวน, มร.เซลิม เซสกิน, อาจารย์ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์, ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ และ มร.ริชาร์ด เบิร์นฮาร์ด

ข้อมูลจากงานเสวนา “สังคมผู้สูงวัยไม่ใช่แค่เรื่องของคนสูงวัย แต่คือความท้าทายของสังคมไทยในอาเซียน” ซึ่งจัดขึ้นในงานเปิดตัวโครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข” ที่มีผู้ร่วมเสวนาทั้งจากภาครัฐ องค์กรพัฒนา และเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนคิดเห็นนั้นพบว่าปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรกลุ่มสูงวัยคิดเป็นร้อยละ 14.9 ของประชากรทั้งประเทศและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเป็นร้อยละ 30ภายใน 15 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยมากเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานล่าสุดพบว่าในอีก 34 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2593 / ค.ศ. 2050)ประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซียจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแซงหน้าไทยเนื่องจากไทยจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนประชากรวัยทำงาน อัตราการเกิดจะน้อยกว่าอัตราการเสียชีวิต และเป็นสังคมผู้สูงวัยนั่นเอง ดังนั้น หากเราปล่อยให้สังคมผู้สูงอายุของเราเต็มไปด้วยผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงเพราะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ประเทศไทยในอนาคตก็จะยิ่งมีปัญหารุนแรงในหลายมิติมากขึ้นไปอีก

วิมล บ้านพวน รองผู้อำนวยการ สำนักอนามัยผู้สูงวัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้สูงวัยว่า “ปัจจุบัน ร้อยละ 95 ของผู้สูงวัยไทยเจ็บป่วยด้วยโรคและมีปัญหาสุขภาพ พบ 1 ใน2 คน อ้วนและเป็นโรคอ้วน โดยทุกๆ 8 คน จะพบเป็นโรคสมองเสื่อม 1 คน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รวมไปถึงการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงวัย ส่งเสริมด้านสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต”

ป้าแป๋ว-กาญจนา พันธุเตชะ ตัวอย่างผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

อาจารย์ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงสถานการณ์ของผู้สูงวัยในระดับอาเซียนว่า ขณะนี้กลุ่มประเทศอาเซียนที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ตามลำดับ โดยความท้าทายของประเทศไทยนั้น คือปัญหาเรื่องสุขภาพที่ควบคู่มากับความสูงวัย โดยทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันขบคิดและลงมือทำว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในสังคมได้ และห่างไกลจากโรค ซึ่งภัยคุกคามด้านสุขภาพที่สำคัญของผู้สูงวัยไทยและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตปัจจุบันนี้ คือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases) หรือ NCDs อาทิ โรคเบาหวานโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุงซึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบการใช้ชีวิตและการไม่ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพมาตั้งแต่ช่วงก่อนก้าวสู่วัยสูงอายุซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบแค่สุขภาพของผู้สูงวัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบในอีกหลายมิติทั้งการงาน เงินทอง ครอบครัว ความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง ฯลฯ

ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย กล่าวว่า จากการคาดการณ์ว่าอีก 15 ปีประเทศไทยจะมีอัตราผู้สูงวัยมากเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ประกอบกับข้อมูลด้านสุขภาพที่พบว่าผู้สูงวัยไทยส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรค NCDs จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย และสถาบันคีนันแห่งเอเซียในการริเริ่มดำเนินโครงการ ไฟเซอร์รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข (Pfizer Healthy Aging Society) โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่วัยก่อนสูงวัยจนถึงวัยสูงวัย คือตั้งแต่อายุระหว่าง 45-59 ปี เพื่อสร้างรูปแบบสังคมการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยแบบองค์รวมที่มีความยั่งยืน เพื่อที่เราจะมีผู้สูงวัยยุคใหม่ที่มีความพร้อมทั้งทางด้าน Phisically, Mentally และ Financial หรือเรียกง่ายๆ ว่า กายฟิต-จิตดี-มีออม พร้อมสำหรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรก่อนวัยสูงอายุและผู้สูงอายุ

ทีมงานสาธารณสุขสถาบันคีนันแห่งเอเซีย ลงพื้นที่สำรวจผู้สูงวัยในชุมชน

ด้าน ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการสถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่าจากการดำเนินงานโดยทีมสาธารณสุขคีนันตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา พบข้อมูลสำคัญว่าการจะช่วยให้คนไทยสูงวัยอย่างมีคุณภาพชีวิตนั้น หากรอให้ถึงวัยเกษียณอาจสายเกินไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มก่อนสูงวัยเพื่อสร้างศักยภาพและการวางแผนทั้งด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจให้พร้อมก่อนถึงวัยเกษียณ และจากการเก็บข้อมูลกับกลุ่มก่อนสูงวัย (Pre-Seniors) ในเขตบางขุนเทียนและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ พบว่าแม้ว่ากลุ่มตัวอย่างจะเริ่มตระหนักถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้แต่ยังขาดการเตรียมพร้อมในทุกด้าน ซึ่งส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพ มากกว่าร้อยละ 50 เริ่มมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่วนใหญ่ยังไม่มีเงินออมที่เพียงพอสำหรับการใช้ในวัยเกษียณ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมศักยภาพและให้ความรู้ด้านสุขภาพและการวางแผนรับมือวัยเกษียณแก่คนเหล่านี้อย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาสังคม

ทั้งนี้ โครงการ ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข (Pfizer Healthy Aging Society) ถูกออกแบบให้เป็น Knowledge-based project มีการเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายก่อนลงมือเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน3 ปี (สิงหาคม 2559-สิงหาคม 2562) พื้นที่การดำเนินงานได้แก่ กรุงเทพมหานคร (เขตคลองเตยและบางขุนเทียน) ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการแล้ว และจะเริ่มขยายขอบเขตการดำเนินโครงการไปยังจังหวัดอุบลราชธานี(อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ) ในช่วงสิงหาคมปีนี้ เป้าหมายหลักของโครงการคือ การสร้างรูปแบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับประชากรวัยก่อนวัยสูงอายุ และวัยสูงอายุ เพื่อนำไปสู่สังคมผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน สามารถประยุกต์และปรับใช้ได้กับบริบทของสังคมไทยได้จริง โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกที่รณรงค์เตรียมความพร้อมของวัยก่อนสูงวัย เพื่อนำไปสู่สังคมผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน และเกิดเป็นสังคมผู้สูงวัยที่ กายฟิต-จิตดี-มีออม ในที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved