ผู้หญิง
ข่าว จาก 100

17 เม.ย. 2560 06:00 น.

‘วัด’ที่ชาวพุทธ‘อยากเห็น’ ดึง‘พระ-ชุมชน’ร่วม‘ออกแบบ’

“ศาสนาพุทธ” เป็นศาสนาที่ “คนไทยส่วนใหญ่นับถือ” นับตั้งแต่เกิดจนตาย ประเพณีพิธีกรรมต่างๆ มักเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธเสมอ เช่น หากเกิดเป็นชายไทย เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ต้อง “บวชเรียน” เพื่อขัดเกลาจิตใจ หรือ “งานศพ” ก็ต้องนิมนต์พระมาสวด รวมถึงใครหลายคนที่เกิดปัญหา “ทุกข์ร้อน”ก็มักจะทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรม เพื่อที่อย่างน้อยๆ จะได้ “สบายใจ”ขึ้นบ้าง

เมื่อกล่าวถึงศาสนาพุทธและคนไทย ย่อมต้องพูดถึง“วัด” สถานที่สำคัญในแง่ “ทางธรรม” เป็นศาสนสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป สถานที่จำพรรษาของพระภิกษุและสามเณร และในแง่ “ทางโลก” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ที่ที่ผู้คนจะมารวมตัว พบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกันตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ไม่นานนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับ สถาบันอาศรมศิลป์ จัดกิจกรรมนิทรรศการ “ถ้าวัด...ในวันนี้ จะเป็นวัดที่คนไทยอยากเห็น” ภายใต้โครงการ“วัดบันดาลใจ” เพื่อรวบรวมแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการพลิกฟื้นวัดอย่างร่วมสมัย โดยแสดงให้เห็นถึงตัวอย่างปัญหาและแนวทางแก้ไข ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงของนักออกแบบอาสาสมัคร

ปริยาภรณ์ สุขกุล ผู้จัดการโครงการวัดบันดาลใจสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวว่า จากโจทย์ที่ได้รับจาก สสส. คือ“ทำอย่างไรที่จะพลิกฟื้นวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางจิตวิญญาณสร้างเสริมสุขภาพทางกาย จิตใจ และสุขภาวะทางสังคม” จึงเกิดเป็นแนวทางการออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ ประกอบด้วย1.ลดภาวะ “วัดร้อน” เนื่องจากพื้นที่วัดในเมืองส่วนใหญ่กลายเป็นที่จอดรถหรืออาคารไว้รองรับการมาทำบุญของพุทธศาสนิกชน “มีต้นไม้น้อยมาก” จึงเกิดการวางผังจัดการพื้นที่ใหม่ เพื่อให้ลานจอดรถและพื้นที่สีเขียวอยู่รวมกันได้อย่างร่มรื่น

2.สบายอาราม วัดส่วนใหญ่มักขยายพื้นที่ก่อสร้างอาคารโดยไม่มีผังรองรับและไม่เหลือพื้นที่โล่ง ทั้งที่ “พุทธศาสนา ตั้งต้นมาจากธรรมชาติ” อาทิ วัดแห่งแรกในสมัยพุทธกาล “เวฬุวัน” เดิมก็คือ “สวนไผ่” บรรยากาศร่มรื่น พื้นที่สีเขียวทำให้จิตใจสงบ จึงใช้การออกแบบผังแม่บท ปรับให้สภาพแวดล้อมให้วัดโล่งโปร่งสบาย รวมถึงการจัดโซนนิ่งการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม เช่น เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และพื้นที่บริการชุมชน เพื่อให้มีการบริหารจัดการและการจัดการสัญจรที่เหมาะสม

3.ธรรมตามสมัย ปรับกิจกรรมธรรมะให้ร่วมสมัย เพื่อให้ธรรมะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ จึงทดลองจัดกิจกรรมตักบาตรเดือนเกิดพลิกฟื้นวิถีการทำบุญตักบาตรโดยประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีคนเมือง 4.วัดเก่าของเราแต่ก่อน-ของเก่ามาเล่าใหม่ วัดจำนวนมากเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ทำอย่างไรให้วัดเหล่านี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ อีกทั้งพลิกฟื้นกิจกรรมในอดีตอย่างถูกต้องและร่วมสมัย และ 5.ปิดทองหลังวัด ชวนทุกคนมาช่วยกันจัดการเรื่องหลังวัด โดยวิธีบริหารจัดการแบบใหม่ เช่น การจัดการขยะ สังฆทาน ระบบล้างจาน การคัดแยกขยะสำหรับฆราวาสในวัด

วัดสุทธิวราราม : รื้ออาคารที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อเปิดพื้นที่โล่ง

ตัวอย่างที่น่าสนใจ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม ซึ่งกำลังขอขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” จึงมีการดึงเรื่องราวที่น่าสนใจมาเล่าขาน ให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และหลักคำสอนที่แฝงอยู่ โดยนักออกแบบอาสาสมัคร ร่วมกับ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ศึกษาข้อมูลและออกแบบวางตำแหน่งรอยธรรมสำคัญเพื่อนำพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้คุณค่าผ่านงานพุทธศิลป์ ซึ่งในอนาคตจะมีการอบรมเครือข่ายโรงเรียน เพื่อสร้าง “มัคคุเทศก์น้อย” ในพื้นที่ต่อไป

จากต่างจังหวัดสู่เมืองหลวง วัดสุทธิวราราม ย่านเจริญกรุง วัดเก่าแก่อายุนับร้อยปีใน กทม. ด้วยความที่เป็นวัดในเขตเมือง พื้นที่วัดจำนวนมากจึงถูกใช้เป็น “ที่จอดรถ” ส่งผลให้บรรยากาศวัดค่อนข้าง “ร้อนอบอ้าว” เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา การทำงานของกลุ่มนักออกแบบอาสาวัดบันดาลใจ จึงเริ่มจัดทำผังบริเวณวัดเพื่อ “ขอคืนพื้นที่สีเขียว” วางแนวทางและจัดลำดับการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป แบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน สร้าง “มุมสงบ” ให้คนเข้ามาพักผ่อนและศึกษาธรรมะ

กตุลยา ท่านเจริญ นักออกแบบ วัย 25 ปี สะท้อนการออกแบบวัดบันดาลใจว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการออกแบบวัด คือต้องเป็นสิ่งที่ “ใช้ได้จริง” ตอบโจทย์ความต้องการของหลายคนรวมทั้งช่วยการจัดการของพื้นที่วัด และได้เห็นการใช้งานที่หลากหลายของวัด เช่น วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนมที่กำลังจะยื่นเสนอเป็นมรดกโลก งานออกแบบจึงเป็นการดึงความรู้เพื่อนำเสนอถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม เป็นต้น

“บางแห่งเป็นวัดเล็กๆ ในชุมชน ที่วัดเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมาร่วมออกความเห็น เพื่อใช้ประโยชน์ของพื้นที่ในวัดได้อย่างแท้จริง วัดบันดาลใจจึงมีหลายแบบทั้งวัดที่เปิดสอนหนังสือ วัดที่เป็นเหมือนโรงพยาบาล วัดที่เปิดกว้างให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ และได้เรียนรู้จิตวิญญาณเพราะนอกจากคุยงานแล้วยังได้รับคำสอนจากพระอาจารย์อีกด้วย” กตุลยา กล่าว

ขณะที่ วัดไผ่เหลือง จ.นนทบุรี ที่นี่มีกิจกรรม “ชวนเยาวชนออกแบบลานธรรม” ทางวัดร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ประยุกต์การจัดการเรียนการสอนให้เข้ากับการบริการสังคมและชุมชน ให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจการออกแบบจากพื้นที่จริงโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ชุมชน และกลุ่มเยาวชน ร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมและกิจกรรมในวัดที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานจริง

ณัชชา โลหะพิริยะกุล อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ระบุว่า สิ่งที่เยาวชน ชาวบ้าน และพระอยากเห็นคือ ลานเรียนรู้ บ้านต้นไม้ และลานกิจกรรม ซึ่งได้มา 7 แบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเลือกให้เหลือ 1 แบบ ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมหลายคนกล่าวว่า “ได้เรียนรู้การทำงานที่ดี” จากเดิมมักทะเลาะกันเมื่อความเห็นไม่ลงตัว หรือรับไม่ได้เมื่อถูกวิจารณ์ผลงาน เมื่อเข้าวัด ได้ทำสมาธิ ได้เรียนรู้การรับฟังความคิดเห็น จึงส่งผลดีต่อการทำงานเป็นทีม

มุมมองจาก พระณัฐภพ ขนฺติโก หัวหน้าฝ่ายเผยแพร่พระพุทธศาสนา วัดไผ่เหลือง เล่าว่า การที่ดึงทั้งเยาวชน
ชาวบ้านในชุมชน พระสงฆ์ และนักออกแบบ มาร่วมกันออกแบบลานเรียนรู้ของวัด ทำให้เห็นการมีส่วนร่วมจากคนในชุมชนมากขึ้นการสะท้อนความคิดร่วมกันเป็นการสร้าง “จิตวิญญาณของจิตอาสา” และสิ่งที่ได้คือได้ใช้งานจริงและกายภาพของวัดก็เกิดความร่มรื่น เป็นระเบียบมากขึ้น

นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร เผยว่า โครงการวัดบันดาลใจ มี 9 วัดนำร่อง ได้แก่ 1.วัดสุทธิวราราม กทม. 2.วัดนางชี กทม. 3.วัดชลประทานรังสฤษฏ์ (อารามหลวง) จ.นนทบุรี 4.มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยและวัดมหาจุฬาลงกรณ์ราชูทิศ จ.พระนครศรีอยุธยา 5.วัดภูเขาทองจ.พระนครศรีอยุธยา 6.วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ 7.วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม 8.วัดป่าโนนกุดหล่ม จ.ศรีสะเกษ และ 9.วัดศรีทวี จ.นครศรีธรรมราช

คัดเลือกจากวัดทุกประเภท ทั้งวัดกลางเมือง วัดตามวิถีบวร วัดป่าสายปฏิบัติ วัดกับการเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน วัดพัฒนาโบราณสถาน หลังทำโครงการพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถเป็นแรงผลักดันให้กับวัดทั่วประเทศ จนเกิดเป็นเครือข่ายเรียนรู้ร่วมกันระหว่างพระสงฆ์และฆราวาส ตลอดจนการประยุกต์ระหว่างกิจกรรมเดิมที่วัดจัดเข้ากับกิจกรรมธรรมะร่วมสมัยโดย “ไม่ขัดกับวิถีปฏิบัติเดิม” ของวัด

ด้าน นพ.บัญชา พงษ์พานิช เลขานุการหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากโครงการนี้ทำให้เห็นภาพของการ “ทำบุญ” ที่ไม่ใช่คิดแค่ปัจจัย “เงินๆ ทองๆ” อย่างเดียว ดังนั้นหากขยายแนวคิด “จิตอาสา” ออกไปยังวิชาชีพอื่นๆ ได้ ลองคิดดูว่า...

จะมีประโยชน์ต่อสังคมมากเพียงใด!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0-2551-4290-9.
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved